10

  "คนที่ทัวร์ลงเขาเป็นคนอย่างไร❓"

  ➡️ วัยเด็กจนถึงโต เรียนมหาวิทยาลัย จบโทออกมา เข้าทำงานเป็นนายธนาคาร ชีวิตมีเป้าหมาย ว่าต้องไปให้ถึง การพูดดี พูดเก่ง เป็นเรื่องสำคัญ สามารถพาชีวิตไปสู่เป้าหมายได้เร็ว ใจจึงคิดตลอดมาว่า การพูดนั้นสำคัญถึงขนาดเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จเลยทีเดียว

  ➡️ ตลอดเวลาแห่งการฝึกพูด บอกกับตัวเอง ว่าต้องพูดให้เก่ง คนเป็นอาจารย์ต้องพูดเก่ง แล้วต้องพูดดีด้วย ไม่เคยได้วินิจฉัยว่า การพูดจาที่จะนำความสำเร็จมาสู่ชีวิต ต้องมีลักษณะเช่นไร บ่อยครั้งไป วิธีการพูดเก่งของเรา พาชีวิตไปสู่ความลำบากมากมาย เช่นการขาดสติ ให้คำสัญญากับเพื่อนในวงเหล้า ซึ่งพอตื่นฟื้นสติขึ้นมา จึงรู้ว่า การพูดเมื่อคืนผิดพลาดไป เป็นการพูดที่ขาดการยับยั้งชั่งใจ มีอาการอวดตน บ่อยครั้งมีอาการส่อเสียด ถือเป็นการพูดที่สกปรกมัวหมอง

  ➡️ การควบคุมสติไม่ได้ เผลอเรอต่อการไม่ระวังคำพูดคำจา ส่งผลกระทบต่อชีวิต (1) กระทบความรู้สึกนึกคิด จิตใจของตนเองก่นด่าว่า ทำไมจึงพูดผิดพลาด คลอดคำพูดที่สกปรกออกมาอยู่บ่อยๆ และ (2) ต้องรับผิดชอบกับคำพูดที่พูดออกมา สร้างความเดือดร้อนให้กับชีวิต แค่ถ้าไม่พูด ความรับผิดชอบก็ไม่ต้องเกิดขึ้น อย่างการต้องเข้าร่วมชุมนุมประท้วงทางการเมือง ซึ่งใจไม่เคยปรารถนาจะเข้าร่วม แต่เพราะได้เผลอตกลงกับเพื่อน จึงปฏิเสธไม่ไปเข้าร่วมในวันรุ่งขึ้นไม่ได้ ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบ ที่มีนัยของการถูกลงโทษ เพราะปากของตัวเองอยู่ในที

  ➡️ การพูดที่เหมือนเป็นดาบสองคม มุมหนึ่งให้คุณ อีกมุมหนึ่งให้โทษ จึงถูกวินิจฉัยลงรายละเอียด ว่าก่อนจะพูดอะไรออกจากปาก จะต้องไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนก่อน ว่าหากคำพูดคำจา ออกมาในลักษณะดังต่อไปนี้ ต้องห้ามพูดเด็ดขาด

  ➡️ ผลของการค้นคว้า เริ่มไปที่ สัมมาวาจา เป็นมรรคข้อหนึ่งในแปดข้อ แสดงว่า การพูดจาที่ถูกต้อง สำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิต ถึงขนาดเป็นทางสู่การหลุดพ้นจากความทุกข์เลย ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเชียวหรือ ในใจเกิดการตั้งคำถาม ถ้าเป็นเช่นดั่งที่พระพุทธเจ้าบัญญัติแนวทางเอาไว้จริง แสดงว่า การพูดจาที่ถูกต้อง ต้องมีพลานุภาพ มีพลัง มีอิทธิพลต่อเหตุการณ์หลายๆ เรื่อง ที่จะพาชีวิตไปสู่การหลุดพ้นจากกองทุกข์ และถ้าหากไปไม่ถึงการหลุดพ้นจากกองทุกข์ล่ะ ความสำเร็จพอจะเป็นสิ่งที่คาดหวังได้ อันเนื่องจากการพูดจาที่ถูกต้อง ก็น่าจะเป็นอะไรที่เกิดขึ้นได้จริง

  ➡️ สืบสวนลงรายละเอียด ของสัมมาวาจา ประกอบด้วย ลักษณะการพูด 4 ประการ ที่จะเป็นสัมมาวาจาได้ต้อง

  ✔️(1) งดเว้นการพูดเท็จ

  ✔️(2) งดเว้นการพูดส่อเสียด

  ✔️(3) งดเว้นการพูดคำหยาบ

  ✔️(4) งดเว้นการพูดเพ้อเจ้อ ไร้สาระ

  ➡️ สี่ข้อนี้ ถือเป็นบุญเพราะ จิตใจสงบ เกิดสมาธิ ไม่ฟุ้งไปตามกระแสโลก และกระแสแห่งการเกิดขึ้นของตัวตน หรือ ปฏิจจสมุปบาท ทำให้ความสงบเกิดอย่างยาวนานในใจ ไปดึงสติขึ้นมา ก่อเกิดความรู้ที่เป็นสัมมา หรือความรู้ที่เป็นปัญญา ที่เกิดขึ้นมาได้เอง จากการไม่พูดเรื่อง 4 ประการ ทำให้เกิดความว่างจากตัวตน

  ➡️ สัมมาวาจา ยังมีการพัฒนาต่อไปได้อีก หากหยุดการพูดเรื่อง 4 ประการ วาจาที่ออกมาจากปาก จะเกิดลักษณะที่ไม่มีโทษ คนไม่ติเตียน พูดอะไรออกไป ก็ไม่เดือดร้อน คนฟังมีแต่รัก ก่อเกิดความก้าวหน้าในอาชีพการงาน และก่อฐานที่มั่นคงต่อยอดเข้าสู่จิตใจที่ลดละตัวตน สัมผัสได้ถึงกระแสแห่งความว่าง ชิมลางถึงทางที่หลุดพ้น นี่เองกระมัง ที่เกจิอาจารย์ทุกพระองค์ มีวาจา ในลักษณะ ดังต่อไปนี้

  ✔️(1) พูดแต่ความจริง

  ✔️(2) พูดถูกกาละเทศะ

  ✔️(3) พูดออกมาอย่างอ่อนหวาน อ่อนน้อม

  ✔️(4) คำพูดก่อประโยชน์ต่อผู้ฟัง

  ✔️(5) พูดด้วยใจที่มีเมตตา

  ➡️ วาจาห้าประการนี้ เรียกว่าเป็นวาจาสุภาษิต ไม่มีโทษ คนฟังมีแต่รัก พาชีวิตก้าวหน้า สู่ความสำเร็จ และพ้นทุกข์ได้ (สัมมาวาจา คือหนทางข้อหนึ่งสู่การบรรลุธรรม และพ้นทุกข์)

  🤔 จึงไม่แปลกใจ ว่า โลกโซเชียลในทุกวันนี้ ที่หลายคน ทั้งที่เป็นคนดัง และไม่ดัง เจอทัวร์ลง สาเหตุก็เพราะ ไม่มีสัมมาวาจานั่นเอง

  ➡️ คนไม่มีสัมมาวาจา ต้องได้รับเคราะห์กรรม เดินทางสู่หุบเหวแห่งหายนะ

  📑 ปิดท้ายโพสต์นี้ ที่จิตรู้ซึ้งถึง ความยิ่งใหญ่ของการพูด ว่าการพูดให้ถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย และการพูดมีอิทธิพลต่อชีวิต ทั้งทางโลกและทางธรรม ก็เวลาของชีวิตเดินทางมาถึงยามบ่ายแล้ว และขอจบข้อเขียนนี้ลงด้วย คำพูดของพระพุทธเจ้า พระไตรปิฎกเล่มที่ 13…อภัยราชกุมารสูตร

  ตถาคต... ย่อมรู้วาจาที่ไม่จริง ไม่แท้ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ และวาจานั้นไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น ตถาคตไม่กล่าววาจานั้น

  อนึ่ง ตถาคตย่อมรู้วาจาที่จริง ที่แท้ แต่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ และวาจานั้นไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น ตถาคตไม่กล่าววาจานั้น

  อนึ่ง ตถาคตย่อมรู้วาจาที่จริง วาจาที่แท้ และประกอบด้วยประโยชน์ แต่วาจานั้นไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น ในข้อนั้น ตถาคตย่อมรู้กาลที่จะพยากรณ์วาจานั้น

  ตถาคตย่อมรู้วาจาที่ไม่จริง ไม่แท้ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ แต่วาจานั้นเป็นที่รัก เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น ตถาคตไม่กล่าววาจานั้น

  ตถาคตย่อมรู้วาจาที่จริง ที่แท้ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ แต่วาจานั้นเป็นที่รัก เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น ตถาคตไม่กล่าววาจานั้น

  อนึ่ง ตถาคตย่อมรู้วาจาที่จริง ที่แท้ และประกอบด้วยประโยชน์ และวาจานั้นเป็นที่รัก เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น ในข้อนั้น ตถาคตย่อมรู้กาลที่จะพยากรณ์วาจานั้น

  💵เงินซื้อสุขภาพที่ดีไม่ได้ 📚แต่ความรู้ช่วยได้

 
LifeRecoverslogoVerti
[[POS3]]