271600620

  🚩 บางคนอยากเป็นโสดาบัน‼️

  ❤ เริ่มต้นวันนี้ ไม่สาย แต่ถ้าเริ่มพรุ่งนี้จะสายไป

  📅 ปีใหม่ผ่านมาได้ไม่นาน เตือนตัวเองดีๆ ว่าขุมทรัพย์ที่มีค่าเอกอุ คือปัญญา ที่สามารถจะทำให้เกิดการเปลี่ยนสถานะจากคนไม่มีกลายเป็นคนมี และยังสามารถทำให้บรรลุธรรมขั้นโสดาบันที่เป็นอริยะขั้นเริ่มต้นได้อีกด้วย

  👉 โสดาบัน แค่ละสามเรื่อง ได้แก่ 📍(1) ละสักกายทิฐิ 📍(2) ละวิจิกิจฉา และ 📍(3) ละอาการสีลัพพัตตปรามาส ถ้าละสามเรื่องนี้ได้จะเข้าสู่จิตที่เป็นโสดาบัน หรือที่เรียกภาษาบ้านๆ ว่า "ผู้ไหลไปตามกระแส"

  👉 การเป็นผู้ไหลไปตามกระแส ท่านพุทธทาสเปรียบเปรยความยากเอาไว้ ว่าเหมือนคนขี่จักรยานขึ้นภูเขา ตั้งใจจะไปให้ถึงยอดให้ได้ ก็ลองคิดตรองดู ว่าจะเหนื่อยยากซักเพียงใด จะไปได้ถึงต้องอาศัยกำลังกาย และใจ ดั้นด้นไปให้ถึง ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา อุปสรรคใดๆ จะตายก็ขอยอม

  🚩 ครั้นเมื่อไปถึงยอดเขา นั่นแหละคือภาวะจิตเข้าสู่โสดาบัน คนธรรมดาเปลี่ยนเป็นโสดาบัน และเมื่อปล่อยจักรยาน โดยมีโสดาบันประคองจักรยานไม่ให้ล้ม จักรยานไหลลงมาเรื่อยๆ ผ่านภาวะจิตขั้นสกิทาคามี ใกล้ถึงพื้นเข้าถึงอนาคามี พอมาถึงพื้นพอดี กลายเป็นพระอรหันต์ การเป็นโสดาบันจึงเป็นการเปิดประตูสู่การเป็นอริยบุคคลที่สูงขึ้น เรื่อยไปจนสุดท้ายกลายเป็นพระอรหันต์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นพระภิกษุ ผู้บวชเรียน ฆราวาสก็สามารถบรรลุธรรมขั้นสูงสุดได้

  👉 คุณสมบัติของโสดาบันข้อแรก คือ ต้องละสักกายทิฐิ คือจิตเห็นความไม่มีตัวตน ไม่ยึดมั่นถือมั่น เห็นทุกอย่างที่ตาเห็นด้วยปัญญา ไม่ใช่ด้วยความคิด ว่าเป็นเพียงสภาวธรรม อย่างคนก็เห็นเป็นขันธ์ห้า ได้แก่ ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม และจิต รวมกันประกอบกันเป็นคน แท้จริงแล้ว คนไม่ได้มีอยู่จริง การเห็นความจริงแบบนี้เป็นการเห็นด้วยตาที่สาม หรือปัญญา ทำให้เกิดเลิกอาการ โลภ โกรธ หลง ลงได้ เพราะรู้ความจริงแล้ว ว่าไม่มีตัวเราหรือตัวกูให้ยึดถือเรื่องสุขและทุกข์อีกต่อไป

  👉 คุณสมบัติข้อที่สอง คือ จิตของผู้บรรลุโสดาบัน จะไม่มีอาการลังเลสงสัย (วิจิกิจฉา) ต่อเรื่องใดๆ ที่ในอดีตเคยสงสัย พยายามหาคำตอบ แต่ปัจจุบันได้คำตอบด้วยตัวเองแบบกระจ่าง 100% โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ ไม่เหลือคำถามเพื่อจะหาคำตอบต่อไป อย่างการเชื่อว่า สิ่งที่พระพุทธเจ้าพูดสอนเรื่องอริยมรรคมีองค์แปดเป็นเรื่องจริง พาคนสู่การบรรลุธรรม และประสบความสำเร็จกลายเป็นคนรวยได้จริง จึงเบนเข็มชีวิตเข้าสู่รูปแบบ และพฤติกรรมชีวิตที่เราเป็นผู้กำหนดขึ้นเอง โดยสามารถฉีกทิ้งความเชื่อ ความคิดเดิมๆ กลายเป็นคนใหม่ที่มีความเป็นตัวเอง มอบอิสรภาพ และเสรีภาพให้กับตัวเองได้ ในขณะที่ความเมตตาในใจก็เบ่งบาน ไหลเทสู่คนรอบข้าง ยังประโยชน์ให้กับผู้คนแบบตาน้ำที่สร้างน้ำตก กลายเป็นคนที่เกิดมาแล้วทำประโยชน์ให้กับตัวเอง ผู้อื่น และโลกใบนี้อย่างกว้างขวาง

  👉 ข้อสุดท้าย คือ การละอาการสีลัพพัตตปรามาส ที่จะไม่ไปใน 3 สถานที่ ได้แก่

  ✔(1) ไปหาหมอดู

  ✔(2) ไปสำนักทรงเจ้าเข้าผี

  ✔(3) ไปกราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้ลุ่มหลงงมงาย จิตใจเหลือเพียงศรัทธาเรื่องตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ซึ่งก็คือศรัทธาปัญญาของตนแต่เพียงอย่างเดียว

  🗯 ปัญญาของตนเอง อยู่ที่ไหน❓ จะเกิดการตามหา ซึ่งโอกาสหน้าจะเขียนเล่าสู่กันฟัง ว่าที่ได้ยินได้ฟังมา จะตามหาปัญญาได้อย่างไร? ซึ่งกว่าจะเขียนให้ได้อ่านกัน แล้วพอจะเห็นภาพ ก็ใช้เวลาเนิ่นนานเป็นสิบๆ ปี ดวงตะวันแห่งชีวิตก็เกือบจะตกดินไปแล้ว

 
LifeRecoverslogoVerti
[[POS3]]