คาโมไมล์ กินแล้วยิ้ม บำรุงสุขภาพจริง?
คาโมไมล์เป็นพืชในวงศ์เดียวกับดาวเรือง ดาวกระจาย ส่วนที่เป็นยาคือดอก
คาโมไมล์ เป็นสมุนไพรที่ใช้มานานนับพันปี ตั้งแต่ยุกต์อียิปต์โบราณ กรีกและโรมัน ในทวีปยุโรปนิยมใช้กันทั่วไป
ดอกคาโมไมล์ ประกอบด้วยสารหลายกลุ่ม หลักๆ ได้แก่สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ มี apigenin เป็นตัวเอก
สารกลุ่มฟลาโวนอยด์เก่งในเรื่องต้านการอักเสบ ต้านมะเร็ง และต้านอนุมูลอิสระด้วยความโดดเด่นของดอกคาโมไมล์ถูกโฟกัสไปที่การออกฤทธิ์ช่วยทำให้คลายกังวล ช่วยให้นอนหลับ ทำให้จิตใจสงบ เพราะ apigenin ซึ่งเป็นสารฟลาโวนอยด์ในดอกคาโมไมล์เก่งเรื่องนี้เป็นพิเศษ
จากรายงานการวิจัย สรุปว่า คาโมไมล์มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลายด้าน ได้แก่
1. ฤทธิ์คลายกังวล (anxiolytic effect)
2. ฤทธิ์ต้านการอักเสบ (antiinflammatory)
3. ฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่น หรือต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant)
4. ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพ (antimicrobial) 5. ฤทธิ์ป้องกันการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ (antispasmotic)
ความโดดเด่นของคาโมไมล์ที่สืบทอดมาตั้งแต่กรีกยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน คาโมไมล์เด่นและเก่งเรื่องการช่วยให้เกิดการคลายอาการวิตกกังวล คลายความเครียด และนอนหลับได้ดี ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นบทบาทเด่นที่สุด ส่วนการดูแลสุขภาพที่ช่วยให้สุขภาพดีเป็นเรื่องรอง บทความนี้ขอโฟกัสการทำหน้าที่คลายกังวลของคาโมไมล์อย่างลงลึก
ทำไมคาโมไมล์ ถึงมีฤทธิ์ต่อระบบประสาท ช่วยให้คลายกังวล ทำให้สงบ ทำให้หลับง่าย? เป็นเพราะสารออกฤทธิ์ที่สำคัญในดอกคาโมไมล์ คือสาร apigenin จะออกฤทธิ์โดยไปจับกับ benzodiazepine receptors ในสมอง ทำให้เกิดการผ่อนคลาย
มีการทดลองคาโมไมล์ในคน? ที่ยืนยันว่า ช่วยให้คลายกังวล และช่วยให้หลับได้จริง?
1. มีการทดลองทางคลินิกในประเทศญี่ปุ่น โดยให้อาสาสมัครรับประทานเจลลี่คาโมไมล์ พบว่า อาสาสมัครมีอัตราการเต้นของหัวใจที่ลดลง ทำให้อารมณ์ดี การศึกษาครอบคลุมผู้ป่วยที่มีอาการวิตกกังวลปานกลาง โดยประเมินผลด้วยแบบวัดภาวะวิตกกังวล Hamilton anxiety Rating Scale (HAM-A) สรุปว่า “การรับประทานสารสกัดคาโมไมล์ติดต่อกันนาน 8 สัปดาห์ สามารถลดอาการวิตกกังวลลงได้อย่างมีนัยสำคัญ”
2. มีงานวิจัยในผู้ป่วยที่มีอาการนอนไม่หลับมานานกว่า 6 เดือน อายุ 18-65 ปี จำนวน 34 คน โดยให้รับประทานคาโมไมล์ครั้งละ 270 mg. วันละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 28 สัปดาห์ ผลสรุปว่า “คาโมไมล์ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นในระดับปานกลาง”
3. มีงานวิจัยในคนสูงอายุ 60 คน ทำการแบ่งกลุ่มรับประทานสารสกัดคาโมไมล์ 200 mg. วันละ 2 ครั้งเป็นเวลาติดต่อกัน 28 วัน ส่วนอีกกลุ่มให้รับประทานแคปซูลแป้งสาลี พบข้อสรุปว่า “ผู้สูงอายุนอนหลับได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”
4. มีงานวิจัยชิ้นหนึ่ง นำคาโมไมล์ที่มีสารสกัดอะพิจีนีน 1.2 เปอร์เซ็นต์ (ในผลิตภัณฑ์มี 5%) ให้ผู้ป่วยจำนวน 57 คนที่มีภาวะวิตกกังวล และ/ หรือซึมเศร้าร่วมด้วยรับประทาน ผลสรุปออกมาว่า “สารสกัดคาโมไมล์ที่มีสารอะพิจีนีน 1.2 เปอร์เซ็นต์ ช่วยให้ผู้ป่วยมีภาวะซึมเศร้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
5. นอกเหนือจากวิจัยข้างต้น ยังมีการทดลองต่อมา โดยการทดลองกับผู้ป่วยโรควิตกกังวลทั่วไป ซึ่งมีอาการคิดมากต่อเรื่องต่างๆ อย่างต่อเนื่องทุกวัน ให้ผู้ป่วยโรควิตกกังวลทั่วไปรับประทานคาโมไมล์ 500 mg. วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันนาน 26 สัปดาห์ ผลการทดลองสรุปว่า “ผู้ป่วยที่วิตกกังวลในระดับปานกลางถึงรุนแรงมีอาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่ได้ช่วยให้การเกิดภาวะวิตกกังวลซ้ำหยุดลงแต่อย่างใด”
คาโมไมล์จึงเป็นทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับคนที่เครียด วิตกกังวล มีอาการกระวนกระวายใจ นอกเหนือจากการให้กาบา และ/ หรือ แอล-ธีอะนีนรักษาอาการ