224506758

  🚩กลไกก่อโรคเบาหวาน ที่หมอไม่อธิบาย

  ➡️ การเดินทางของข้าวที่เราเอาช้อนป้อนใส่ปากของเรา เริ่มเดินทางจากปาก เข้าสู่กระเพาะอาหาร แล้วไปสิ้นสุด สลายกลายเป็นคาร์โบไฮเดรต ที่อวัยวะใด❓ ความรู้นี้จะทำให้เรารู้สาเหตุของการที่บางคนมีน้ำตาลในกระแสเลือดสูง หรือที่เรียกว่าเป็นโรคเบาหวาน

  ➡️ จุดสิ้นสุดของข้าวที่เข้าปากของเรา ปลายทางของมันจะตกลงมาสู่ลำไส้เล็ก ที่ตำแหน่งนี้ ข้าวจะถูกสลายกลายไปเป็นโมเลกุลของน้ำตาลขนาดที่เล็กที่สุดที่เรียกว่า กลูโคส แล้วเดินทางต่อไปเข้าสู่ตับ จากตับเข้าสู่กระแสเลือด โดยมีฮอร์โมนอินซูลินจากตับอ่อนเป็นตัวนำทางต่อไป โดยน้ำตาล (กลูโคส) นี้จะถูกขนส่งไปทั่วร่างกาย เพื่อให้เซลล์ทุกเซลล์ ใช้น้ำตาลเป็นเชื้อเพลิงผลิตพลังงาน ATP ออกมาให้เซลล์ได้มีแรงทำงาน อยากให้นึกถึงรถยนต์ ก็คือเซลล์ ส่วนน้ำมันก็คือน้ำตาล เซลล์จะมีชีวิตได้ ทำงานให้ชีวิตไม่ตาย ต้องได้รับน้ำตาลเป็นเชื้อเพลิง

  🚘 รถยนต์เวลาแล่นไปบนท้องถนน จะปล่อยของเสียออกมาเป็นควัน ของเสียนั้นถ้าเปรียบกับการที่เซลล์ใช้น้ำตาลไปสร้างพลังงานให้เซลล์ทำงานได้ ควันของเซลล์ก็มีแบบเดียวกัน เรียกชื่อว่า อนุมูลอิสระ

  ➡️ อนุมูลอิสระ จึงเป็นของเสียที่เกิดจากการที่ภายในเซลล์ใช้น้ำตาลผลิตเป็นพลังงาน ถ้าปราศจากน้ำตาล เซลล์จะใช้ไขมันที่สะสมในร่างกาย (ไตรกลีเซอไรด์) ที่ทำให้อ้วน มาผลิตพลังงาน ATP ป้อนเซลล์ให้ทำงานแทนน้ำตาล คนจึงผอมลงถนัดตา และการผอมลง ถ้าสังเกตในระยะยาว จะดูดีขึ้น สาเหตุเป็นเพราะ อนุมูลอิสระที่ถูกปล่อยออกมาภายในเซลล์มีจำนวนน้อยกว่า ถ้าเกิดการใช้ไขมันผลิตพลังงาน ATP นั่นหมายถึง อนุมูลอิสระทำให้แก่เร็วนั่นเอง และถ้าอ่านทำความเข้าใจมาถึงตรงนี้ จะเริ่มเห็นเคล็ดลับของการลดความอ้วน และการชะลอให้ร่างกายแก่ช้าลง คือ ต้องลดอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล ห้ามกินเกินเด็ดขาด

  ➡️ กระแสความรู้เรื่องการลดความอ้วน การชะลอวัย และการไม่เป็นโรคร้ายที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค เช่นโรคหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคทางสมอง ฯลฯ วงการแพทย์ฟันธงแล้ว ว่าอยู่ที่การกินอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล ซึ่งทำให้เกิดผลร้ายต่อสุขภาพ เพราะอนุมูลอิสระจะเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เกินกว่าที่ร่างกายจะขจัดออกไปให้มากที่สุดได้ จึงเหลืออนุมูลอิสระเต็มไปทุกแห่งหนภายในเซลล์ เหมือนสนิมเหล็ก ที่เมื่อเกิดขึ้น แล้วปล่อยสนิมเหล็กแบบตามมีตามเกิด โดยไม่หาทางขจัด ไม่นานเหล็กจะไม่เหลือสภาพที่เป็นเหล็กอีกต่อไป เช่นกัน ถ้าเปรียบร่างกายเป็นเหล็ก วันหนึ่งชีวิตจะต้องจบลง เพราะอนุมูลอิสระทำลายชีวิต

  ➡️ ย้อนกลับไปสู่ ข้าวที่ถูกย่อยเป็นน้ำตาลกลูโคส จากลำไส้เล็ก เดินทางสู่ตับ แล้วส่งต่อไปที่กระแสเลือด โดยมีฮอร์โมนอินซูลินจากตับอ่อนเป็นตัวพาไปส่ง ให้เซลล์ทั่วร่างกายได้เอาน้ำตาลไปผลิตเป็นพลังงาน ATP เพื่อให้ร่างกายทำงานได้ไม่ตาย แต่ถ้าน้ำตาลในกระแสเลือดมันล้นเกิน เพราะกินข้าวมาก ฮอร์โมนอินซูลิน จะพาไปฝากเก็บที่โกดังของตับ และของกล้ามเนื้อในรูปของ น้ำตาลปึก หรือที่เรียกว่า ไกลโคเจน ซึ่งมีพื้นที่ฝากเก็บไม่ได้มากอะไร และถ้าน้ำตาลในเลือดหลังจากฝากเก็บแล้ว ยังสูงอีก ฮอร์โมนอินซูลิน ก็จะขนส่งน้ำตาลที่เกินนี้ไปให้ตับเก็บอีก ตับจึงต้องเปลี่ยนน้ำตาลที่เหลือเกินจากส่วนที่เกินในรูปไกลโคเจนให้เป็นไตรกลีเซอไรด์ นี่คือสาเหตุของการเป็นโรคไขมันพอกตับ เพราะหลังจากเปลี่ยนน้ำตาลส่วนที่เกินจากการรับไปเป็นไกลโคเจนแล้ว ให้เป็นไตรกลีเซอไรด์แล้วยังเหลือน้ำตาลในเลือดอีก คือสาเหตุของการเกิดโรคเบาหวาน

  ➡️ โรคเบาหวาน ถ้าเป็นแล้ว จะมีโอกาสเป็นโรคไขมันในเลือดสูง และ/ หรือ ไขมันพอกตับอีกด้วย ด้วยเหตุผลของการทำงานของตับ ที่มีหน้าที่จัดการกับน้ำตาลที่เป็นผลผลิตสุดท้ายจากข้าวที่ถูกใส่เข้าไปในปากของเรา

  🍔 การกินอาหารพวกแป้งและน้ำตาลมากเกินไป จึงเป็นเรื่องที่อันตราย เป็นสาเหตุหนึ่งของการเป็นโรคเบาหวาน และไขมันในเลือดสูง

  ➡️ นอกจากนี้ ความเสื่อมของตับอ่อน ที่มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลิน เอาน้ำตาลไปส่งเซลล์ทั่วร่างกาย อาจมีปัญหาผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้น้อยกว่าปกติ (โรคเบาหวานชนิดที่ 2) หรืออาจมีปัญหาผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่ได้เลย (โรคเบาหวานชนิดที่ 1)

  💵เงินซื้อสุขภาพที่ดีไม่ได้ 📚แต่ความรู้ช่วยได้

 
LifeRecoverslogoVerti
[[POS3]]