ฉันจะไม่เหมือนคนฉีดวัคซีน ตรงไหน?
"ฉันจะไม่เหมือนคนฉีดวัคซีน ตรงไหน❓"
➡️ การจัดการสิ่งแปลกปลอม เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เซลล์เนื้องอก เซลล์มะเร็ง ฯลฯ โดยเม็ดเลือดขาว จะมีการจัดการสองวิธีได้แก่ จัดการโดยการกลืนกิน กับจัดการโดยการปล่อยสารเคมีทำลาย
➡️ จัดการโดยการกิน เม็ดเลือดขาวสองชนิด คือ นิวโทรฟิล และแม็คโครเฟจ มีความชำนาญ อย่างแรกเป็นเม็ดเลือดขาวที่มีมากที่สุดประมาณ 70% ของเม็ดเลือดขาวทั้งหมด และอย่างหลังเป็นเม็ดเลือดขาวชนิดโมโนไซต์ มีประมาณ 2%-8% ของเม็ดเลือดขาวทั้งหมด
🔰 นิวโทรฟิล และแม็คโครเฟจ ร่วมกันทำงานในเลือด พวกมันถนัดกินสิ่งแปลกปลอม แต่มีความพิเศษที่สุดแสนจะเหลือเชื่อ ตรงแม็คโครเฟจ ซึ่งเป็นโมโนไซต์ชนิดหนึ่ง เมื่อมันตรวจจับสารพิษที่เชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมปล่อยออกมาภายนอกหลอดเลือด เช่น ตรวจจับได้ว่า มีสารพิษปล่อยออกมาจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ในบริเวณปอด มันจะไม่ยอมเด็ดขาด รีบทำการแปลงร่างให้เรียวเล็กลง เพื่อให้ตัวมันมุดออกจากหลอดเลือดให้ได้ ตรงไปที่เนื้อเยื่อปอด โดยจะใช้เวลาต่ออีกประมาณ 72 ชั่วโมง หรือสามวัน เบ่งตัวเองให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเป็นยักษ์ จึงได้ชื่อใหม่ว่า แม็คโครเฟจ (Macrophage) ที่มีปากขนาดใหญ่ อ้าได้กว้างมาก เพื่อกินสิ่งแปลกปลอม แบบไม่ให้เหลือซาก ด้วยพิษสงของเอนไซม์ที่ปล่อยออกมาใส่ศัตรูในขณะที่กำลังกลืนกิน
✅ อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนนึกถึงว่า แล้วการฉีดวัคซีน ไปช่วยให้แม็คโครเฟจทำงานได้ดีขึ้น❓ ได้คำตอบว่า เปล่าเลย วัคซีนไปสร้างความจำต่อเชื้อโรคให้กับ B-cells ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ชนิดหนึ่งที่ทำงานอยู่ในระบบน้ำเหลือง ที่มีหลอดน้ำเหลืองทั่วร่างกาย เมื่อ B-cells เจอเชื้อโรคที่ได้รับวัคซีนมาในท่อน้ำเหลือง มันจะจับกิน และเรียกพวกมากิน หนึ่งในทีมกินที่โหดของมันคือ NK เซลล์ หรือเม็ดเลือดขาวเพชฌฆาต ซึ่งก็เป็นเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ชนิดหนึ่งเหมือน B-cells จึงน่าเสียดายว่า เราไม่สามารถกระตุ้นให้แม็คโครเฟจออกศึกสู้ไวรัสโควิด-19 ได้ด้วยวัคซีนโดยตรง ไม่อย่างนั้น ภาพจินตนาการ ที่เหล่าเม็ดเลือดขาวโมโนไซต์ แปลงร่างให้เรียวเล็กลง มุดออกจากหลอดเลือด เข้าสู่เนื้อเยื่อปอด กลืนกินไวรัสโควิด-19 ที่กำลังกินปอดเราอยู่ คงเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจน่าดู
🔰 ปุ่มบนผิวเม็ดเลือดขาว B-cells ที่เกิดขึ้นจากการกระตุ้นให้เกิดขึ้นด้วยการฉีดวัคซีน หากเชื้อที่นำมาผลิตวัคซีนกลายพันธุ์ ปุ่มจับบนผิว B-cells ก็ไม่สามารถจับเชื้อโรคได้อยู่หมัดแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงเป็นสาเหตุหลักที่วัคซีนไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อ จากการกลายพันธุ์ได้ แบบที่เป็นข่าวในวันนี้ ว่าคนที่ฉีดวัคซีนครบสองเข็มแล้ว ก็ยังติดเชื้อโควิด-19 ได้อีก องค์การอนามัยโลกจึงออกมาเตือนว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ไม่ได้ แต่ป้องกันการติดเชื้อที่ทำให้อาการทรุดหนัก เพราะเมื่อเชื้อเข้าสู่ลำคอลงปอด เข้าสู่ระบบเลือดและท่อน้ำเหลือง วัคซีนที่สร้างให้ B-cells เตรียมสู้จึงเริ่มทำงาน โรคจึงถูกยับยั้งความรุนแรงลงได้
🔰 B-cells มีประมาณ 15% ของเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ทั้งหมด มันจะออกมาลาดตระเวนไปตามหลอดน้ำเหลืองทั่วร่างกาย เมื่อเจอเข้ากับเชื้อตัวที่มันสร้างปุ่มขึ้นมาที่ผิวเซลล์ มันจะเข้าจับกิน และเรียกพวกมาช่วย ได้แก่ B-cells ตัวอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ และ T-cells หลากหลายชนิด ให้เข้ามาช่วย หนึ่งใน T-cells ที่เก่งการทำลายเชื้อโรค คือ Killer T-cells (เป็นคนละตัวกับ NK cells)
💥 Killer T-cells มีชื่อภาษาไทยว่า ที เซลล์ เพชฌฆาต มีความสำคัญมากต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เพราะมันสามารถแยกเซลล์ที่ผิดปกติออกจากเซลล์ปกติ และรู้ว่าเซลล์ใดเป็นเซลล์ที่กลายพันธุ์ไปจากเดิม (เซลล์มะเร็ง) เซลล์ใดเป็นไวรัส มันจะเข้าจัดการโดยเอนไซม์ที่มีพิษรุนแรง แต่การจัดการของมัน ต้องได้รับอนุญาตจาก T-cells อีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Helper T-cells เรียกเป็นไทยว่า T-cells ชี้เป้า ต่างจาก NK cells ที่การเข้าจัดการศัตรู คิดเอง ทำเอง ตัดสินใจเอง
💉 คนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน จะมีความต่างตรงเม็ดเลือดขาว B-cells จะไม่ขึ้นปุ่มจับเชื้อโรค (แอนตี้บอดี) อย่างเฉพาะเจาะจงว่า นี่คือไวรัสโควิด-19 มันต้องทำหน้าที่ตามธรรมชาติด้วยตัวเอง สืบทราบว่า นี่น่าจะเป็นสิ่งแปลกปลอม ทำลายมันซะ
✅ ความรู้จากโพสต์นี้ บอกให้รู้ว่า วัคซีนไปมีผลต่อ B-cells เพียงตัวเดียว แต่ยังมีเม็ดเลือดขาวตัวอื่นๆ อย่าง T-cells, Killer T-cells, Macrophage, NK cells และนิวโทรฟิล ที่ต้องร่วมไม้ร่วมมือช่วย B-cells ให้ทำงานสู้ศึกได้ดีอีกด้วย นี่เองที่การกระตุ้นภูมิทางอื่น แทนการฉีดวัคซีน ระหว่างรอวัคซีน จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนควรศึกษาหาความรู้เอาไว้ เพื่อรอดจากการติดโควิด-19
💵เงินซื้อสุขภาพที่ดีไม่ได้ 📚แต่ความรู้ช่วยได้