2181070861225117800840323500858527136127740n

   ✅ 1. B-Cells

  🔰• เม็ดเลือดขาว ลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) ถือเป็นกองกำลังทหาร ข้าศึกศัตรูอย่างไวรัสโควิด-19 แบคทีเรีย เซลล์มะเร็ง บุกเข้ามาเมื่อไร❓ ลิมโฟไซต์จะเป็นตัวจัดการ ลิมโฟไซต์มีประมาณ 20-40% ของเม็ดเลือดขาว (WBC) ทั้งหมด

  🔰• ลิมโฟไซต์ มี 3 หน่วยย่อย ทำงานกันเป็นทีม ได้แก่ B-cells (บี-เซลล์), T-cells (ที-เซลล์) และ Natural Killer Cells (เซลล์เพชฌฆาตธรรมชาติ)

  🔰• บอกไปแล้วว่า ลิมโฟไซต์ เป็นกองกำลังทหารทำงานกันเป็นทีม คนมีความรู้เรื่องสุขภาพ ช่วงโรคระบาดกำลังเกิดขึ้น ก็ปรารถนาจะให้เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์แข็งแรง ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกี่ยงงอน ระหว่างรอวัคซีน จะได้ปลอดจากการติดโรค

  💢• ธรรมชาติภายในร่างกายของเรา B-cells ที่เป็นเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ เมื่อโตเต็มที่ในไขกระดูก ก็จะออกมาอยู่ในระบบท่อน้ำเหลือง ซึ่งมีอยู่ทั่วร่างกาย เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย จะมีเม็ดเลือดขาว T-cells ซึ่งเป็นลิมโฟไซต์ชนิดหนึ่งออกลาดตระเวน และเจอเชื้อโรค โดยการลาดตระเวนจะมีเม็ดเลือดขาวแม็คโครเฟจออกลาดตระเวนด้วย คอยจัดการทำลายเชื้อโรค

    •💥 แม็คโครเฟจ ที่ออกลาดตระเวนไปทั่วร่างกาย ไม่ใช่เป็นเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ แต่เป็นเม็ดเลือดขาวโมโนไซต์ มีอยู่เพียง 2-8% ของเม็ดเลือดขาวทั้งหมด (WBC)

  •➡️ T-cells กับ แม็คโครเฟจ เมื่อเจอเชื้อโรค ก่อนจะจัดการทำลาย มันจะส่งข่าวไปบอกให้ B-cells รู้ว่า มีสารพิเศษหรือ antigen ที่เชื้อโรคปล่อยออกมา เพื่อให้ B-cells มาทำการบันทึกประวัติ จดจำเชื้อโรคชนิดนี้เอาไว้ และให้ทำการสร้างภูมิคุ้มกันหรือ antibody ขึ้นมาในตัวของ B-cells โดยภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นจะทำให้ผิว B-cells ขึ้นปุ่มพิเศษขึ้นมา ปุ่มนี้จะเอาไว้เป็นตัวจับสารพิเศษ หรือ antigen ที่เชื้อโรคสร้างขึ้น เมื่อ B-cells จับสารแอนติเจนได้ มันจะรู้ทันทีว่าเป็นเชื้อโรค ต้องจัดการให้หมดไป โดยส่งสัญญาณไปเรียกเม็ดเลือดขาว T-cells หลากหลายชนิดให้มาช่วยกันจัดการเชื้อโรค เอาให้ไม่เหลือ

  💉 การฉีดวัคซีน ก็คือการเอาเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย เพื่อจะให้ B-cells จดจำ และสร้างปุ่มพิเศษ หรือ antibody ขึ้นบนผิวเซลล์ของมัน เพื่อใช้ในการทำลายเชื้อโรคตัวจริงในอนาคตที่เข้าสู่ร่างกาย นี่คือที่มาว่าวัคซีนทำงานอย่างไร❓

  ✅ 2. T-Cells

  ➡️ T-cells มีหลายชนิด จัดเป็นเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ทั้งหมด เติบโตจากไขกระดูก และต่อไปโตเต็มที่ที่ต่อมไทมัส (Thymus gland) จึงเป็นที่มาของชื่อว่า T-cells ที่ออกไปทำหน้าที่ลาดตระเวนในทุกส่วนของร่างกายมี 3 ชนิด ได้แก่ ที-เซลล์ ผู้ช่วย (Helper T-cells) ที-เซลล์ รักษากฎกติกา (Suppressor T-cells) และ ที-เซลล์ เพชฌฆาต (Killer T-cells)

  ➡️ T-cells แยกย่อยเป็น 3 ชนิด

  ✔1. ที-เซลล์ ผู้ช่วยเหลือ หรือ Helper T-cells มีชื่อเรียกหลากหลายสามชื่อ ได้แก่ TH, T4, CD4 ทำหน้าที่ชี้เป้า ให้ B-cells เข้ามาพิสูจน์ว่าตกลงสิ่งแปลกปลอมที่ Helper T-cells ตรวจเจอ ใช่เชื้อโรค? เป็นศัตรู หรือเป็นมิตร ถ้าเป็นมิตร ก็จบกันไป ถ้าเป็นศัตรู การรบจะเกิดขึ้น นำโดย B-cells เป็นด่านแรก

  ✔2. ที-เซลล์ รักษากฎกติกา หรือ suppressor T-cells มีชื่อเรียกหลายชื่อ ได้แก่ T8, TS, CD8 หน้าที่หลักของ T-cells ตัวนี้ถือเป็นกรรมการสั่งห้ามให้ยุติการทำงานของ B-cells และ T-cells ตัวอื่นๆ ว่าพอได้แล้ว เชื้อโรคตายแล้ว เพราะถ้ายังไม่หยุดจัดการและทำลายเชื้อโรค จะเกิดการทำลายเซลล์ดีๆ ของร่างกาย ด้วยการทำหน้าที่เป็นผู้เคาะระฆังให้หมดยกนี้ จึงเรียกมันว่า เป็น T-cells รักษากฎกติกา

  ✔3. ที-เซลล์ เพชฌฆาต หรือ Killer T-cells ชื่อที่เรียกได้แก่ CTL (Cytotoxic T-Lymphocyte) ทำหน้าที่จดจำข้อมูลว่า เซลล์แบบไหนเป็นเซลล์ดี เซลล์แบบไหนเป็นเซลล์ผิดปกติ (มะเร็ง) เซลล์แบบใดมีเชื้อโรครุกรานฝังตัวอยู่ เมื่อมันรู้ มันจะเข้าไปโจมตีทันที

  💥 Killer T-cells นี้ เป็นกองกำลังทหารติดอาวุธ สามารถจัดการทำลายเชื้อโรค และเซลล์มะเร็ง และมันยังส่งสัญญาณเรียกเม็ดเลือดขาวขนาดใหญ่ ชื่อว่า แม็คโครเฟจ (Macrophage) ให้มาช่วยเก็บซากเซลล์ที่มันได้จัดการแล้วให้ไม่เหลือซากได้

  💥• Killer T-cells เป็นเม็ดเลือดขาวตัวแรกๆ ที่เข้าจัดการเซลล์มะเร็ง โดยก่อนจัดการ มันจะต้องได้รับการชี้เป้า และได้รับการอนุญาตจาก Helper T-cells ก่อนทุกครั้งไป นี่เองที่ T-cells 3 ชนิดทำงานกันเป็นทีม

  📚🔰 อ่านมาถึงตรงนี้ เกิดความรู้ขึ้นมาแล้วว่า เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ ทำหน้าที่จัดการทำลายเชื้อโรค และเซลล์มะเร็ง โดย B-cells ก็ทำลาย และ T-cells ชนิด Killer T-cells ก็ทำลาย

  ✅ 3. NK Cells

  💥 เชื่อว่าคงเคยได้ยินชื่อเม็ดเลือดขาวเพชฌฆาต หรือ NK Cells เม็ดเลือดขาวชนิดนี้มีจำนวนไม่มาก เป็นเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ชนิดหนึ่ง

  ➡️ จำนวนที่ว่ามีไม่มาก มีอยู่ประมาณ 5% ของเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ทั้งหมด ซึ่งเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์มีมากมายหลายชนิด ไม่ว่าชนิดใดก็ถือว่าเป็นกองกำลังทหารทั้งนั้น มีหน้าที่ช่วยกันจัดการเซลล์ผิดปกติ (มะเร็ง) และเชื้อโรคร้าย

  🔰 ลิมโฟไซต์ มีเม็ดเลือดขาว (1) B-cells (2) T-cells ซึ่ง T-cells ยังแยกย่อยออกไปอีก 3 ชนิด และ (3) NK Cells

  💥 เม็ดเลือดขาวเพชฌฆาต หรือ NK Cells จัดเป็นหน่วยรบพิเศษ มีความโดดเด่นเรื่องการรบที่รุนแรง โหดร้าย ไม่ใส่ใจกฎกติกา มารยาท ชอบความรุนแรง ทำตัวเป็นเหมือนเจ้าพ่อขาโหด เข้าจัดการศัตรู คือเซลล์แปลกปลอม (มะเร็ง) และเชื้อโรคแบบไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจาก Helper T-cells เลย ว่าเป้าหมายที่จะให้โจมตีอยู่ตรงไหน มันคิดเอง ตกลงใจเอง และตัดสินใจเอง ว่าเซลล์ดี เซลล์ปกติเท่านั้นที่มันจะไม่จัดการ มันรู้แค่นั้นจริงๆ

  ➡️ NK Cells จะเพิ่มฤทธิ์เดชที่มากขึ้นไปอีก ในกรณีที่ T-cells และ Macrophage ลาดตระเวนเจอสิ่งแปลกปลอม มันจะส่งสัญญาณเรียก T-cells ตัวอื่นๆ หนึ่งในนั้นคือ Killer T-cells ด้วย และเรียก NK Cells ด้วย เมื่อ NK Cells ถูกเรียกมา มันจะโกรธ โมโหมาก แสดงออกโดยการเพิ่มขนาดตัวเองให้โตขึ้นมากกว่าเดิม หลังจากนั้นจึงเข้าโจมตีสิ่งแปลกปลอมเป้าหมาย อย่างไวรัส แบคทีเรีย เซลล์มะเร็ง ด้วยอาวุธร้ายของมันคือ เอนไซม์ที่มีพิษร้ายแรงที่ผลิตขึ้นมาได้เอง อยากให้นึกถึงงูเห่าพ่นพิษ มันโหดมากจริงๆ นี่เองที่เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ถูกเปรียบเปรยว่า เป็นกองกำลังรบ โดยในกองกำลังรบ มีนักรบที่โหดร้ายมาก ชื่อว่า NK Cells

  ➡️ เล่ามาถึงตรงนี้ คนอ่านน่าจะเกิดจินตนาการว่า ถ้าภายในร่างกายเกิดสิ่งแปลกปลอมขึ้น เม็ดเลือดขาวที่อยากให้ออกมาเยอะๆ คือ NK Cells แต่มันก็มีจำนวนไม่มากแค่ 5% ของลิมโฟไซต์เท่านั้นตามที่บอกไปในตอนต้น

  ➡️ ค่าปกติของเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์อยู่ที่ 30-45% ของเม็ดเลือดขาวทั้งหมด (WBC)

  ➡️ ค่าปกติของเม็ดเลือดขาว ที่เป็นหน่วยย่อยของเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ มีดังนี้

  ✅ 1. B-cells 4-25% ลิมโฟไซต์

  ✅ 2. T-cells 60-95% ลิมโฟไซต์

 Helper (CD4) 60-75% ลิมโฟไซต์

 Suppressor (CD8) 25-30% ลิมโฟไซต์

  ✅ 3. NK cells 4-30% ลิมโฟไซต์

  ➡️ อัตราส่วนที่ต้องเฝ้าระวังที่บ่งบอกว่าภูมิคุ้มกันตกลงมาก คือ CD4/ CD8 ต่ำกว่า 1 นั่นหมายถึง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจเกิดอาการของโรคต่างๆ เช่น AIDS

  ✅ 4. Macrophage

  ➡️ เม็ดเลือดขาวอะไรเอ่ย❓ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คำตอบคือ เม็ดเลือดขาว โมโนไซต์ (Monocyte) จะมีเพียง 2-8% ของเม็ดเลือดขาวทั้งหมด (WBC) ถือกำเนิดมาจากไขกระดูกเหมือนเม็ดเลือดขาวตัวอื่นๆ

  ➡️ โมโนไซต์ ทำหน้าที่แบบเดียวกับเม็ดเลือดขาวนิวโทรฟิล ด้วยกระบวนการกลืนกินเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอม ทำงานในเขตของหลอดเลือดเท่านั้น

  ➡️ แต่ถ้าโมโนไซต์จับได้ว่า มีเชื้อโรคอยู่นอกหลอดเลือด โดยจับสารพิษของเชื้อโรคได้ มันจะหนีออกจากหลอดเลือด ด้วยวิธีบีบตัวให้เล็กลง เพื่อผ่านรูของผนังหลอดเลือดให้ได้ ตรงไปหาเชื้อโรค

  ➡️ หลังจากที่โมโนไซต์มุดหนีออกจากหลอดเลือดได้แล้ว มันจะพองตัวให้ใหญ่ขึ้น โดยใช้เวลาประมาณ 3 วัน (72 ชั่วโมง) เปลี่ยนตัวเองให้เป็นยักษ์ มีชื่อใหม่ว่า Macrophage มีปากที่กว้าง เพื่ออ้าให้สุด เพื่อการกลืนกินเชื้อโรค และเซลล์ผิดปกติ ให้หมดไปจากร่างกาย

  • แม็คโครเฟจ จะเขมือบกลืนกินสิ่งแปลกปลอม แล้วปล่อยน้ำย่อย ออกมาย่อยสิ่งแปลกปลอมจนไม่เหลือเศษ

  💥 แม็คโครเฟจ ถือเป็นกองกำลังทหารที่สำคัญมากๆ มันจะทำงานร่วมกับ NK cells (เม็ดเลือดขาวเพชฌฆาต)

  ➡️ ค่าปกติของโมโนไซต์จะอยู่ที่ 2-8% ของเม็ดเลือดขาวทั้งหมด (WBC)

  📢 จงจำไว้ เม็ดเลือดขาว ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 5 ตัว เรียงจากมากไปน้อย ได้แก่ นิวโทรฟิล ลิมโฟไซต์ โมโนไซต์ อิโอซิโนฟิล และ เบโซฟิล โดย ลิมโฟไซต์จะมีรายละเอียดเยอะหน่อย เพราะแตกออกเป็นหน่วยย่อย ทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่ B-cells, T-cells และ NK cells

  ➡️ ใน T-cells ของลิมโฟไซต์ ก็แยกย่อยไปอีก 3 ชนิด ได้แก่ Helper T-cells (ที-เซลล์ ผู้ช่วย) , Suppressor T-cells (ที-เซลล์ รักษากฎ) และ Killer T-cells (ที-เซลล์ เพชฌฆาต)

  ➡️ การรู้ว่าภายในร่างกายของเรา มีกองกำลังทหารเฝ้าปกป้องดูแลร่างกายอยู่ ทำให้เกิดความรู้ขึ้นมาว่า เราเองควรทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อสนับสนุนกองกำลังทหาร เหล่าเม็ดเลือดขาวให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้พวกเขาสนุกกับการทำงาน เพื่อร่างกายของเราจะได้แข็งแรง มีสุขภาพที่ดี และอายุยืนยาวนาน

  ➡️ ในทางการแพทย์ รู้ว่า โมเลกุลของน้ำตาลสายยาวที่ไม่ละลายน้ำ สกัดได้จากผนังเซลล์ยีสต์ขนมปัง มีชื่อเรียกว่าเบต้ากลูแคน 1/3, 1/6 กลูแคน เป็นสารธรรมชาติ ที่เม็ดเลือดขาวจะจับกิน และส่งสัญญาณเรียกพวกให้เพิ่มจำนวนขึ้นมา และขยันอีกด้วย เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้เหล่าเม็ดเลือดขาวมีความสุขกับการทำหน้าที่เป็นกองกำลังทหารจัดการสิ่งแปลกปลอมที่กล้ำกรายเข้าสู่ชีวิต

  ➡️ อยากให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดี เบต้ากลูแคนคือทางเลือกได้ และเบต้ากลูแคนที่งานวิจัยบอกว่ากระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวได้ดีมาก คือเบต้ากลู 1/3, 1/6 กลูแคน สกัดจากผนังเซลล์ยีสต์ขนมปัง

  💵เงินซื้อสุขภาพที่ดีไม่ได้ 📚แต่ความรู้ช่วยได้

 
LifeRecoverslogoVerti
[[POS3]]