ตายไม่ได้ 6 วิธีจัดการเซลล์มะเร็งด้วยตัวเอง ตอนจบ!!
วิธีทำลายเซลล์มะเร็งด้วยตัวเอง ตอนจบ‼️
➡️ เซลล์ปกติภายในร่างกาย เมื่อถึงเวลาก็จะตายลง แต่กับเซลล์มะเร็ง มันมีกระบวนการหลบหลีกการตายตามปกติของเซลล์ แถมยังสร้างสารเคมี กระตุ้นให้เกิดเส้นเลือดขึ้นมาหล่อเลี้ยงเซลล์มะเร็ง เพื่อให้เติบโต และลุกลามต่อไปเรื่อยๆ
➡️ ภูมิสมดุลของเม็ดเลือดขาวภายในร่างกาย ถูกศึกษาเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ภูมิสมดุล Th1 หรือภูมิสมดุลป้องกันร่างกาย ต่อต้านและหยุดยั้งเซลล์มะเร็งไม่ให้เจริญเติบโต และลุกลามกระจายออกไปได้
➡️ ส่วนภูมิสมดุล สามสมดุล ได้แก่ สมดุล Treg, Th2, และ Th17 ล้วนส่งเสริมให้เกิดการเจริญเติบโตและลุกลามของเซลล์มะเร็ง อ้างอิงจากงานวิจัย J Immunol (2010)184: 2281-88; Clin Cancer Res (2010) 16: 5153-64
ดังนั้น หากไม่ต้องการให้เกิดโรคมะเร็งขึ้นมาภายในร่างกาย ต้องพยายามทำให้สมดุลเม็ดเลือดขาวภายในร่างกายเข้าสู่ภูมิสมดุล Th1 ให้ได้
➡️ เมื่อร่างกายเข้าสู่ภูมิสมดุล Th1 (สมดุลป้องกันร่างกาย) เม็ดเลือดขาวจะทำหน้าที่
✔(1) ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ไม่ไปสนับสนุนการสร้างเส้นเลือดใหม่ให้เซลล์มะเร็ง ทำให้มะเร็งฝ่อ และถูกกำจัดไปในที่สุด
✔(2) เข้าไปทำลายเซลล์มะเร็ง
✔(3) ตรวจตราหาเซลล์ที่ผิดปกติ แล้วรีบดำเนินการทำลายทิ้งซะ
➡️ เชื่อว่า ทุกท่านอ่านมาถึงตรงนี้ จะเกิดความสนใจ แล้วตั้งคำถาม ว่า " จะมีวิธีทำให้ร่างกายเข้าสู่ภูมิสมดุล Th1 ได้อย่างไร❓"
✅(1) ก่อนอื่นต้องรู้เรื่อง และเข้าใจว่า ภายในร่างกาย ในแต่ละช่วงเวลา จะเกิดภูมิสมดุลแต่ละสมดุล (มี 4 สมดุล ได้แก่ สมดุล Th1, Th2, Th17 และ Treg) สลับสับเปลี่ยนกันไป โดยสมดุลแต่ละอย่าง เกิดขึ้นได้จากการที่เม็ดเลือดขาวชนิดที่เรียกว่า APC (Antigen Presenting Cells) เรียกชื่ออีกอย่างว่า เซลล์ส่งสัญญาณ ที่มีอยู่ตามส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย เมื่อพวกมันเจอสิ่งแปลกปลอม พวกมันจะเข้าตรวจสอบว่า เป็นสิ่งแปลกปลอมอะไร❓ และจะจัดการด้วยวิธีใด❓ หลังจากนั้นก็จะเข้าจับกินทันที โดยระหว่างการจับกิน ก็จะสร้างสารเคมี ปล่อยออกมาเรียกเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ ให้มาร่วมจัดการสิ่งแปลกปลอมด้วย ตัว APC เอง เมื่อกินสิ่งแปลกปลอมเข้าไปแล้ว ก็จะส่งสัญญาณกระตุ้นออกมาที่ผิวเซลล์ ระหว่างที่เดินทางไปยังต่อมน้ำเหลืองทั่วร่างกาย เมื่อมาถึงต่อมน้ำเหลืองแล้ว สัญญาณกระตุ้นยังคงถูกส่งออกมาอยู่ และปล่อยสารเคมี ให้กับเม็ดเลือดขาว T-Cells ชนิด Helper T-cells หรือ ที-เซลล์ ผู้ช่วย ( มีชื่อเรียกหลายชื่อ Th, T4 หรือ CD4) โดยก่อนที่ Th จะได้รับสัญญาณกระตุ้นและได้รับสารเคมีที่หลั่งออกมาจากเม็ดเลือดขาว APC จะเรียก Th ว่า Th0 สัญญาณกระตุ้นและสารเคมีส่งต่อไปที่ Th0 จะทำให้ Th0 เปลี่ยนไปเป็น Th1, Th2, Th17 หรือ Treg ซึ่งการเปลี่ยนไปเป็นเม็ดเลือดขาวแบบใด หมายความว่า ก่อเกิดภูมิสมดุลที่โดดเด่นเฉพาะขึ้นมา (อ่านการทำหน้าที่ของเม็ดเลือดขาวในแต่ละภูมิสมดุล ได้ที่โพสต์ตายไม่ได้ครั้งก่อน)
➡️ ผู้เขียนและผู้อ่านเอง ก็อาจจะซักซ้อมทายภูมิสมดุลของร่างกาย ว่าขณะนี้ ภายในร่างกายของเราเกิดภูมิสมดุลอะไร อย่างถ้าจามถี่ๆ ขึ้นมา อ้อเราเข้าสู่ภูมิสมดุล Th2 (สมดุลภูมิแพ้) ถ้าเราไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยมานาน ดูเหมือนร่างกายเราแข็งแรง หรือเราเพิ่งหายป่วยมา เราจะเข้าสู่ภูมิสมดุล Treg (สมดุลสบาย) ถ้าเราเป็นโรคปวดข้อ มีอาการข้ออักเสบ เป็นโรค SLE เราเข้าสู่ภูมิสมดุล Th17 (สมดุลต่อต้านตัวเอง) และถ้าเราอยู่ในสภาวะที่เกิดภูมิต้านทานโรคและเซลล์ผิดปกติได้ดีมาก ก้อนซีสต์ใต้ผิวหนังที่เป็นมานานหดหายไป รู้สึกว่าร่างกายแข็งแรง เราเข้าสู่สมดุล Th1 (สมดุลป้องกันร่างกาย) ที่ซึ่งเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ ซึ่งในนั้นมีเม็ดเลือดขาวเพชฌฆาต (NK Cells) และ T-cells หลายชนิดออกมาช่วยจัดการ ทำลายเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอม อย่างขยัน และมีประสิทธิภาพ
➡️ ทางการแพทย์รู้แล้ว ว่าการเปลี่ยนสมดุลเม็ดเลือดขาวให้เป็น Th1 เกิดขึ้นจากการที่เม็ดเลือดขาว APC ที่มีอยู่ทั่วร่างกาย จับกินสิ่งแปลกปลอม แล้วผิวเซลล์ของ APC ก็ได้ส่งสัญญาณ และหลั่งสารเคมีออกมาให้กับเม็ดเลือดขาว T-cells ชนิด Th0 ที่ต่อมน้ำเหลือง โดยสารเคมีที่หลั่งออกมามีสองชนิด ได้แก่ IL-12 และ IL-18 ทำให้ ทำให้ Th0 ถูกเปลี่ยนเป็น Th1 ก่อเกิดภูมิสมดุลป้องกันร่างกาย (Th1) ขึ้นมา
➡️ เมื่อเกิดภูมิสมดุล Th1 สารเคมี 3 ชนิดจะถูกสร้างขึ้น ได้แก่ IL-2, INF-γ และ TNF-∝ซึ่งจากความรู้นี้ ทางการแพทย์จึงทดลองสร้างภูมิสมดุล Th1 ขึ้นมา จากหลากหลายวิธี เพื่อหวังว่า ร่างกายจะจัดการต่อเชื้อโรค และเซลล์ผิดปกติอย่างเซลล์มะเร็งให้หมดไปได้ด้วยตัวเอง ก่อนที่จะเกิดโรคร้ายที่ยากแก่การรักษาขึ้น
🔬 หนึ่งในงานวิจัยทางการแพทย์ เรื่องเกี่ยวกับโรคมะเร็งชื่อว่า Cancer Res 2005;65 : 1063-1070; Clin Sci (2001) 101 : 541-50; Cancer Res (2005) 65 : 1063-70; J Am Nutra Assoc (2008) 11 : 42-9; Infect Immune (2009) 77 : 1774-81 พูดถึง "การรับประทานเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปัง สามารถกระตุ้นให้เกิดการสร้าง IL-12 เพิ่มขึ้นหลายสิบเท่าตัว ซึ่ง IL-12 คือสารเคมีที่หลั่งออกมาจากเม็ดเลือดขาว APC ตอนที่ส่งสัญญาณให้ Th0 กลายเป็น Th1 ก่อเกิดการเข้าสู่สมดุลป้องกันร่างกาย (Th1) ที่เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ทุกชนิด จะทำงานอย่างขยันขันแข็ง มีประสิทธิภาพสูงสุด และไม่ทำร้ายร่างกายตัวเอง”
🔬ในงานวิจัยทางการแพทย์ข้างต้น ยังพบว่าเกิดสารเคมี IL-18 เพิ่มขึ้นเท่าตัวด้วย หลังจากรับประทานเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปัง ซึ่งนั่นหมายถึงว่า เบต้ากลูแคนที่รับประทานเข้าไป สามารถเปลี่ยนภูมิสมดุลเม็ดเลือดขาว ให้เข้าสู่ภูมิสมดุล Th1 ที่ทุกคนปรารถนาได้
➡️ กลไกการทำงานของเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปัง เมื่อรับประทานเข้าไป เม็ดเลือดขาว APC จะเข้าใจว่า เป็นสิ่งแปลกปลอม จึงเข้าไปจับกิน แล้วส่งสัญญาณกระตุ้น ตลอดทางที่เดินทางสู่ต่อมน้ำเหลือง และเมื่อถึงต่อมน้ำเหลืองแล้ว สัญญาณกระตุ้นจะถูกส่งต่อไปยังเม็ดเลือดขาว T-cells (Th0) พร้อมทั้งหลั่งสารเคมีสองชนิดคือ IL-12 และ IL-18 เปลี่ยน Th0 ให้เป็น Th1 ภูมิสมดุลภายในร่างกายจึงเข้าสู่โหมดป้องกันร่างกายจากข้าศึกศัตรู เชื้อโรค และเซลล์มะเร็ง จึงถูกจัดการได้อย่างง่ายดาย ด้วยฝีมือของเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์หลากหลายชนิด และเม็ดเลือดขาวตัวอื่นๆ ด้วย อย่างแม็คโครเฟจ
🔬 งานวิจัย Cancer Research, year 2005, Volume 65, Page 1063-1071 สรุปการทดลองว่า " เมื่อรับประทานเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปัง จะพบการเพิ่มของสารเคมีสามชนิดที่สร้างขึ้นจากภูมิสมดุล Th1 พบการเพิ่มขึ้นของสารเคมี IL-2 หลายร้อยเท่า สารเคมี INF-γ หลายร้อยเท่า และสารเคมี TNF-∝ ประมาณ 10 เท่า" ทำให้ "เม็ดเลือดขาวขยัน และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมาก"
➡️ นี่เองที่ถือเป็นความรู้ และถึงขั้นเป็นความลับที่น้อยคนจะรู้ว่า เราสามารถช่วยทำให้ร่างกายจัดการเชื้อโรคและเซลล์มะเร็งให้หมดไปได้ด้วยตัวเราเองด้วยวิธีง่ายๆ คือ หาเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปังมารับประทาน
💵เงินซื้อสุขภาพที่ดีไม่ได้ 📚แต่ความรู้ช่วยได้