young-asia-female-physician-doctor-wear-face-mask-using-digital-tablet-sharing-good-health-test-news-with-happy-male-patient-sit-couch-house
ตอบ
1. คุณต้องสังเกตอาการ ลองดูว่าคุณมีอาการที่ดูผิดปกติไปจากตอนที่คุณเป็นปกติหรือไม่ เช่น หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย เกิดแผลแล้วหายช้ามาก ตามองภาพไม่ค่อยชัด ทั้งหมดของอาการเหล่านี้สามารถสังเกตได้
2. จากการสังเกตอาการในข้อ 1. และประเมินตรวจสอบตัวเองว่า คุณป็นคนกินไม่เลือกใช่? มีน้ำหนักตัวสูงเกินไป (อ้วน) ขาดการออกกำลังกาย ชอบกินอาหารหวาน ไม่ดูแลสุขภาพเท่าที่ควร ก็ให้สันนิษฐานเอาไว้ก่อนว่า อาการที่แสดงออกมาในข้อ 1. น่าจะเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน แต่จะยืนยันได้ 100% ต้องทำการตรวจเลือดในข้อ 3.
3. ทำการตรวจเลือด ที่เรียกว่า การตรวจ FBS (เอฟ บี เอส) คือการตรวจระดับปริมาณน้ำตาลในเลือดที่เรียกเป็นการเฉพาะว่า น้ำตาลกลูโคส (Glucose) โดยการนับจำนวนปริมาณของกลูโคสในเลือดนั้น หน่วยวัดจะวัดค่าน้ำหนักของกลูโคสเป็นมิลลิกรัมต่อน้ำเลือด 1 เดซิลิตร โดยเขียนชื่อหน่วยนับอย่างย่อๆ ว่า mg/dl

ผลการตรวจเลือดต้องได้ค่าดังต่อไปนี้ จึงเรียกว่า เป็นเบาหวาน

  • เมื่อเจาะน้ำตาลในเลือดในเวลาใดก็ตาม (โดยที่ไม่ได้อดอาหาร) ได้ค่า ≥ 200 mg/dl 
  • เมื่อเจาะน้ำตาลในเลือดหรืออดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ได้ค่า ≥ 126 mg/dl
  • การตรวจระดับน้ำตาลสะสม หรือตรวจค่า A1c ≥ 6.5% จัดเป็นเบาหวาน การตรวจ  A1c  นี้ ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร เจาะเลือดตรวจเวลาใดก็ได้
ค่าปกติควรต่ำกว่า 5.7% หากพบว่าอยู่ในช่วง 5.7-6.4% ถือว่าเริ่มเข้าใกล้โรคเบาหวาน (มีความเสี่ยง)
  • เมื่อได้รับการให้น้ำตาลกลูโคส 75 กรัมเข้าทางปาก แล้วผ่านเวลาไป 2 ชั่วโมง ได้ค่า ≥  200 mg/dl
 
LifeRecoverslogoVerti
[[POS3]]