ตายไม่ได้ 26 ผักผู้ฆ่าน้ำตาลในเลือด ‼️
🌿 ผักผู้ฆ่าน้ำตาลในเลือด ‼️
👉 ผมเพิ่งไปเชียงใหม่มาแวะตลาดข้างทางที่ลำพูน เจอผักเชียงดามัดขายเป็นกำเต็มตลาด จึงไม่พลาดที่จะซื้อมากิน
🌿 ผมรู้จักผักเชียงดามานานพอสมควร รู้ว่ามีสรรพคุณที่โดดเด่นคือ สามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ ด้วยการไปซ่อมเบต้าเซลล์ที่ตับอ่อน ทำให้ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลิน เพื่อใช้ขนส่งกลูโคสไปสู่เซลล์ทุกเซลล์ทั่วร่างกาย ทำให้กลูโคส (น้ำตาล) ไม่ตกค้างในกระแสเลือด อันเป็นต้นเหตุให้เกิดโรคเบาหวาน
🇯🇵 ญี่ปุ่น อเมริกา และทุกประเทศทั่วโลก รู้กันดีว่ากรดจิมนีมิกในผักเชียงดาเป็นเหมือนยาที่ใช้ลดน้ำตาลในเลือดได้ ดังนั้นหากกินผักเชียงดาเยอะๆ น้ำตาลในเลือดจะลดลง ผักเชียงดาจึงใช้กินแทนยาลดเบาหวานได้
📚 รากศัพท์ของชื่อผักเชียงดาภาษาอังกฤษเรียกว่า Gymnema เป็นคำโบราณมาจากคำแปลที่น่าตื่นเต้นเหมือนนิยายปรัมปรา มันแปลว่า "ผู้ฆ่าน้ำตาล"
🇯🇵 ญี่ปุ่นจดสิทธิบัตรผักเชียงดาเอาไปทำยาลดเบาหวาน ที่อเมริกาหากพิมพ์คำว่า Gymnema จะขึ้นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำตาลในเลือดขึ้นมามากมายหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อจะระบุเปอร์เซ็นต์ของกรดจิมนีมิก (Gymnemic Acid) ว่ามีกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าเปอร์เซ็นต์มากก็จะลดน้ำตาลในเลือดได้ดี
🔰 กรดจิมนีมิกในผักเชียงดา มีโมเลกุลคล้ายกับน้ำตาลกลูโคส เวลากินผักเชียงดาเข้าไป ร่างกายจะเข้าใจว่าเป็นกลูโคส จึงดูดซึมกรดจิมนีมิกก่อนเป็นอันดับต้นๆ ทำให้กรดจิมนีมิกเข้าไปเพิ่มฮอร์โมนอินซูลิน ช่วยให้ร่างกายขนส่งน้ำตาลได้ดี ทำให้น้ำตาลไม่ตกค้างในกระแสเลือด ค่าเบาหวานจึงลดลง
🚩 สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน การกินผักเชียงดาก็ไม่ได้ทำให้ระดับน้ำตาลลดลงแบบผิดปกติ กลับจะทำให้ความอ้วนลดลง เพราะผักเชียงดามีสรรพคุณควบคุมน้ำหนักได้ด้วย
🚩 จงจำเอาไว้ว่า กรดจิมนีมิก ในผักเชียงดาไปซ่อมเบต้าเซลล์ที่ตับอ่อน ทำให้ตับอ่อนแข็งแรง ผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้มากขึ้น น้ำตาลในเลือดจึงลดลง
👉 คุณล่ะ ถ้ารู้จักคนที่กำลังเป็นเบาหวาน แนะนำเขาให้หาผักเชียงดามากิน แล้วเบาหวานจะดีขึ้น
• มีงานวิจัยการลดน้ำตาลในเลือด และรักษาโรคเบาหวานในคนสรุปได้ดังนี้
🔬 จากการศึกษาของ Shanmugasundaram et al. 1983 ที่ศึกษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิด type 1โดยให้ Gymnema ชนิดผง วันละ 2 ครั้ง ในปริมาณครั้งละ 200 mg. โดยเป็นการให้เสริมจากการที่คนป่วยได้รับอินซูลินปกติอยู่แล้ว ผลปรากฏว่า ปริมาณของ glycosylated hemoglobin (HbA1c) ลดลงจาก 12.8% เป็น 9.5% ซึ่งเป็นการลดลงอย่างมากภายในระยะเวลา 6 เดือน
🔬 Sugihara et al. 2000 ศึกษาว่า เมื่อร่างกายได้รับ Gymnemic Acid ซึ่งในนั้นมีสารประกอบที่มีโมเลกุลคล้ายคลึงกับโมเลกุลของน้ำตาลกลูโคส ลำไส้เล็กจะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีกว่าน้ำตาล ส่งผลให้ร่างกายลดการดูดซึมน้ำตาลลง และสารดังกล่าวนี้ยังช่วยเพิ่มปริมาณอินซูลินให้สูงขึ้น (ฮอร์โมนทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด) ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ
📚 การศึกษาทางคลินิกในอาสาสมัคร พบว่า เมื่อดื่มชาเชียงดา (มีใบชาเชียงดาแห้ง 1.5 กรัม ชงกับน้ำร้อน 150 มิลลิลิตร) หลังจากพ้นเวลา 15 นาทีไปแล้ว อาสาสมัครมีน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และฤทธิ์ในการลดน้ำตาลในเลือดนี้ แปรผันตรงกับขนาดชาเชียงดาที่ได้กินเข้าไป (กินมากน้ำตาลในเลือดลดลงมาก)
🍵 การรับประทานชาเชียงดาวันละ 1 แก้ว หลังอาหารทันทีต่อเนื่อง 28 วัน สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสูงสุด (peak plasma glucose concentration) ได้ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับประทานชาเชียงดา
🌿 เชียงดา หรือ Gymnema จึงใช้ลดน้ำตาลในเลือดได้ ญี่ปุ่นจดสิทธิบัตรนำไปผลิตยารักษาโรคเบาหวาน โดยทำการสกัดสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดออกมาจากใบเชียงดาเรียกสารสกัดนี้ว่า กรดจิมนิมิก (Gymnemic Acid) จิมนีมาไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ
🔬 มีงานวิจัยชิ้นนี้ Chiabchalard A, Tencomnao T. and Santiyanont R.Effect of Gymnema inodorum on postprandial peak plasma glucoselevels in healthy human. African Journal of Biotechnology. 2010;9: 1079-1085. สรุป การกินชาชงเชียงดาเพิ่มเป็น 2 เท่า สามารถลดปริมาณของกลูโคสในกระแสเลือดได้มากกว่ากรณีกินแค่เท่าเดียว และยังได้ศึกษาโดยให้กลุ่มตัวอย่างรับประทานชาชงทุกวันเป็นเวลาติดต่อกัน 28 วัน แล้วทำการวัดระดับกลูโคสในพลาสมา (Fasting plasma glucose) พบว่าไม่มีการลดลงของระดับกลูโคสในพลาสมาในร่างกาย แสดงว่าการรับประทานชาชงจากเชียงดาไม่มีพิษต่อตับ เมื่อมันเก่งเรื่องลดน้ำตาลในเลือดได้ น้ำหนักตัวของคนก็จะลด เพราะแป้งที่ถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลจะถูกกรดจิมนิมิกในเชียงดาจัดการ ทำให้เซลล์ทั่วร่างกายสะสมน้ำตาล/ ไขมันได้ลดลง โรคอ้วนก็ลดลงได้ด้วย
💵เงินซื้อสุขภาพที่ดีไม่ได้ 📚แต่ความรู้ช่วยได้