ตายไม่ได้Post7

  กลัวมะเร็ง ต้องอ่าน มีวิธีป้องกันอย่างง่าย‼️

  ➡️ แพทย์ทางเลือก รู้จักเบต้ากลูแคนมานานแล้ว มันคือ โมเลกุลของน้ำตาลสายยาวที่ไม่ละลายน้ำ สกัดมาจากผนังเซลล์ยีสต์ขนมปัง ซึ่งยีสต์ขนมปังเป็นจุลินทรีย์ ที่ก่อนหน้าจะพบเบต้ากลูแคน นักวิทยาศาสตร์ ได้ใช้จุลินทรีย์ทดลองรักษาโรคมะเร็ง และต่อมาได้ผลิตออกมาเป็นยา ชื่อว่า ไซโมซาน

  📅 ปี ค.ศ. 1941ดร.พิลลิเมอร์ และคณะ ได้ศึกษายาไซโมซาน พบว่าเป็นสารสกัดอย่างหยาบๆ มีไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต จากยีสต์ปนเปื้อนอยู่ ไม่ได้มีความบริสุทธิ์ในระดับที่มากพอ

  📅 ปี ค.ศ. 1968 ดร.นิโคลาส ดิลุซซิโอ นักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยทูเลน ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แยกสารสำคัญออกจากยาไซโมซาน ซึ่งสารสำคัญนั้นคือ เบต้ากลูแคน นั่นเอง

  📅 ปี ค.ศ. 1975 นายแพทย์ปีเตอร์ แมนเซล และคณะ ได้ทดลองฉีดเบต้ากลูแคนเข้าไปที่ก้อนมะเร็ง ผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังจำนวน 9 คน พบว่า "มะเร็งก้อนเล็กหายไป ส่วนมะเร็งก้อนใหญ่ลดขนาดลงอย่างมาก โดยการรักษานี้เห็นผลภายในเวลาเพียง 5 วัน" อ้างอิงจาก J Natl Cancer Inst (1975) 54:571-80; Immune Modulation and Control of Neoplasia by Adjuvant Therapy : Clinical experiences with the use of glucan.(1978) Raven Press, New York, Mansell et al.

  ➡️ จากวันนั้นโลกจึงรู้ว่า เบต้ากลูแคน รักษาโรคมะเร็งได้ แต่เนื่องจากเบต้ากลูแคนเป็นสารธรรมชาติ มีอยู่ตามธรรมชาติ สกัดได้จากผนังเซลล์ยีสต์ขนมปัง จึงทำให้บริษัทยาไม่สามารถจดสิทธิบัตร นำเบต้ากลูแคนไปต่อยอดเป็นยารักษาโรคมะเร็งได้ ทำให้การโฆษณาบอกกล่าวเรื่องเบต้ากลูแคนไม่แพร่หลาย เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์กับบริษัทยา เบต้ากลูแคนจึงถูกเก็บซ่อนเอาไว้ แบบไม่เปิดเผยออกมาในวงกว้าง

  🔰 กลไกการจัดการเซลล์มะเร็ง และเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย ฯลฯ ของเบต้ากลูแคน ถูกจัดการผ่านเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ B-cells, T-cells, NK- Cells และเม็ดเลือดขาวแม็คโครเฟจ รวมไปถึงเม็ดเลือดขาวนิวโทรฟิลด้วย เพราะเบต้ากลูแคนเมื่อรับประทานเข้าสู่ร่างกาย จะถูกเม็ดเลือดขาวประจำถิ่น (APC) จับกิน และเมื่อถูกจับกิน APC จะส่งสัญญาณกระตุ้นเม็ดเลือดขาว T-cells (Th0) พร้อมทั้งหลั่งสารเคมีสองชนิดออกมา ได้แก่ IL-12 และ IL-18 ทำให้ Th0 เปลี่ยนเป็น Th1 เกิดการหลั่งสารเคมีในภูมิสมดุล Th1 ออกมา อีกสามชนิด ได้แก่ IL-2, INF-γ และ TNF-∝ไปกระตุ้นให้กองกำลังรบ (เม็ดเลือดขาวหลากหลายชนิด) ออกมาทำงานอย่างตั้งใจ เต็มที่ และมีประสิทธิภาพ เซลล์มะเร็ง และเชื้อโรค ไม่ว่า ไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา จะถูกจัดการ อ้างอิงจาก Cancer Res 2005;65 : 1063-1070; Clin Sci (2001) 101 : 541-50; Cancer Res (2005) 65 : 1063-70; J Am Nutra Assoc (2008) 11 : 42-9; Infect Immune (2009) 77 : 1774-81

  🔬 งานวิจัยทางการแพทย์ ชื่อ Beta Glucan : Nature's Secret (2009) เป็นการศึกษา การรักษาโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปอด ด้วยการใช้ mAb (ไมโนโคลนอล แอนติบอดี) ร่วมกับเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปัง เป็นเวลาสองสัปดาห์ พบว่า "ขนาดก้อนมะเร็งลดลง 80%"

  🔬 งานวิจัยทางการแพทย์ ชื่อ J Soc Term Syst Dis (2000) 6:151-4 เป็นการศึกษาการใช้เบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปัง ในผู้ป่วยมะเร็ง (เต้านม มดลูก รังไข่) ที่ได้รับการรักษาแล้ว จำนวน 49 คน ระยะเวลาศึกษานาน 15 เดือน พบว่า "กลุ่มที่ได้รับเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปัง จำนวน 26 คน ไม่กลับมาเป็นอีก"

  ➡️ นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ที่แพทย์ลงความเห็นว่า จะอยู่ได้อีกไม่เกิน 90 วัน จำนวน 90 คน โดยศึกษาเป็นระยะเวลา 6 เดือน พบว่า

  ✔️(1) 3 เดือนแรก ผู้ป่วยในกลุ่มที่ไม่ได้รับเบต้ากลูแคน จำนวน 45 คน รอดชีวิต 2 คน (คิดเป็น 4%) ผู้ป่วยในกลุ่มที่ได้รับเบต้ากลูแคน จำนวน 54 คน รอดชีวิต 35 คน (คิดเป็น 65%)

  ✔️(2) ครบ 6 เดือน ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับเบต้ากลูแคน เสียชีวิตทั้งหมด ส่วนผู้ป่วยในกลุ่มที่ได้รับเบต้ากลูแคน รอดชีวิต 23 คน (คิดเป็น 43%)

  สรุปได้ว่า เบต้ากลูแคนยืดระยะเวลาเสียชีวิตได้

  🔬 งานวิจัยทางการแพทย์ชื่อ Blood (2011) 117:6825-36 เป็นการศึกษา การกระตุ้นเม็ดเลือดขาวโดยเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปัง ว่า "เบต้ากลูแคนชนิดไม่ละลายน้ำ จากยีสต์ขนมปัง สามารถกระตุ้นทั้งเม็ดเลือดขาว เดนไดรติคเซลล์ และแม็คโครเฟจ โดยผ่านตัวจับพิเศษของเด็คติน-1 พาให้เกิดสมดุล Th1 (สมดุลป้องกันร่างกาย) และกระตุ้น Cytotoxic T (CD8) เซลล์ ก่อเกิดการพัฒนาการ นำไปสู่การต้านการเจริญเติบโตของก้อนเนื้องอก และยับยั้งเซลล์ที่เข้าไปกดภูมิคุ้มกัน ทำให้ก้อนเนื้องอกถูกจัดการ”

  🔬 งานวิจัยทางการแพทย์ ชื่อ Biomed Pap Med Fac Univ Palacky Olomouc Czech Repub (2007) 151: 1-8 เป็นการศึกษาขนาดการรับประทานเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปัง ที่ทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้มีประสิทธิภาพมาก สรุปว่า "การรับประทานเบต้ากลูแคนในช่วง 4-16 มก.กก. จะทำให้เม็ดเลือดขาวกินสิ่งแปลกปลอมได้ 55% และถ้าเพิ่มขนาดการรับประทานสูงขึ้นถึง 32-48 มก.กก จะทำให้เม็ดเลือดขาวกินสิ่งแปลกปลอมได้ 62% และถ้าหากเพิ่มปริมาณการรับประทานเข้าไปอีกเกิน 48 มก.กก. ก็ไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพในการกินสิ่งแปลกปลอมเพิ่มขึ้น" และ "การรับประทานเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปังเพียง 4-16 มก.กก. ก็สามารถเปลี่ยนภูมิสมดุลให้เป็นภูมิสมดุล Th1 ที่เพียงพอต่อการที่เม็ดเลือดขาวจะทำงานได้อย่างดี ขยัน และมีประสิทธิภาพแล้ว"

  ➡️ สมมติคนน้ำหนักตัว 55 กิโลกรัม ปริมาณการรับประทานเบต้ากลูแคน ถ้าเอา 8 จาก 4-16 มก.กก. คูณเข้าไปกับ 55 กิโลกรัม จะได้ขนาดรับประทาน 440 มิลลิกรัม

  💵เงินซื้อสุขภาพที่ดีไม่ได้ 📚แต่ความรู้ช่วยได้

 
LifeRecoverslogoVerti
[[POS3]]