ตายไม่ได้ 10 "คนเป็นเบาหวาน ต้องอ่าน"
"คนเป็นเบาหวาน ต้องอ่าน"‼️
🔬 งานวิจัยในหลากหลายประเทศ ยืนยันแล้วว่า ผักเชียงดา หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Gymnema มีสารออกฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดได้ โดยสารออกฤทธิ์นั้นชื่อว่า กรดจิมนีมิก ( Gymnemic acid)
🔬 ยกตัวอย่างงานวิจัย shanmugasundaram et al., (1981, 1983, 1990) บอกว่ากรดจิมนีมิก สามารถลดน้ำตาลในตับ ไต และเซลล์กล้ามเนื้อของสัตว์ที่เป็นโรคเบาหวานได้
🔰 นอกจากฟลาโวนอยด์จะต้านไวรัสได้เก่งแล้ว ฟลาโวนอยด์ยังออกฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งได้เก่งอีกด้วย ดังนี้
🇯🇵 นักวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น เดินทางมาศึกษาผักเชียงดาที่ปลูกในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ยับยั้งการดูดซึมน้ำตาลในเลือดได้ ลองอ่านงานวิจัยเพิ่มเติมได้ที่ Shimizu et al., (2001)
➡️ Daisy et al., (2009) วิจัยในหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นโรคเบาหวานด้วยการฉีดสาร Steptozotocin แล้วให้กรดจิมนีมิกที่สกัดจากผักเชียงดา พบว่าสามารถลดไขมันในเลือดของหนูที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานได้
➡️ Baskaran et al ., (1990) วิจัยการใช้ผักเชียงดาในคน พบว่า ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของคนป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ และบางรายสามารถเลิกใช้ยาแผนปัจจุบันในการรักษา ใช้แต่ผักเชียงดาแต่เพียงอย่างเดียว
➡️ Yadav et al., (2010) วิจัยพบว่า สารสกัดจากผักเชียงดาลดน้ำตาลในเลือดของหนูที่เป็นเบาหวานได้ และสามารถลดการใช้ยาแผนปัจจุบันลงได้
➡️ Chaibchalard et al., (2010) วิจัยพบว่า การรับประทานชาผักเชียงดา จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควรบริโภคหลังรับประทานอาหารเป็นเวลา 15 นาที
➡️ Wang et al., (1998) วิจัยพบว่า กรดจิมนีมิกในผักเชียงดา ยับยั้งการดูดซึมน้ำตาลในเลือดหนูและคนที่ป่วยเป็นโรคอ้วนได้ และยับยั้งการดูดซึมกรดโอเลอิค (oleic acid) ในลำไส้ของหนูทดลองได้
➡️ Persaud et sl., (1999) วิจัยให้สารพิษที่ทำลายเบต้าเซลล์ในตับอ่อนของหนู พบว่า ผักเชียงดาทั้งแบบเป็นผงแห้ง และเป็นสารสกัด สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดให้กลับมาเป็นปกติได้ในเวลา 20-60 วัน นอกจากนี้ ยังพบระดับอินซูลินกลับมาเป็นปกติ และจำนวนเบต้าเซลล์ที่ตับอ่อนที่มีส่วนในการผลิตฮอร์โมนอินซูลินก็เพิ่มขึ้น
➡️ Kang et al., (2012) วิจัยพบว่า สารสกัดจากผักเชียงดา ออกฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดและเพิ่มปริมาณอินซูลินในหนูทดลอง
➡️ Shanmugasundaram et al., (1981, 1983, 1990) วิจัยพบว่า สารสกัดจากผักเชียงดา ออกฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ได้มากกว่ายาแผนปัจจุบันชนิดหนึ่ง โดยไม่ทำให้เกิดพิษขึ้นในสัตว์ทดลอง
🌿 ผักเชียงดา มีสารสำคัญชื่อว่า กรดจิมนีมิก (Gymnemic acid) ออกฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดได้ งานวิจัยบอกว่าต้องรับประทานต่อเนื่องกัน 20-60 วัน น้ำตาลในเลือดจะกลับมาเป็นปกติได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า หลังจากที่น้ำตาลในเลือดกลับมาเป็นปกติ จะไม่เกิดเหตุการณ์โรคเบาหวานขึ้นอีก
➡️ การบริโภคผักเชียงดา หรือสารสกัดผักเชียงดาต่อเนื่องกันไป แบบเดียวกันกับการต้องรับประทานยาลดน้ำตาลต่อเนื่องกันไปแบบไม่มีวันหยุด ผักเชียงดาน่าจะให้ความปลอดภัยที่มากกว่า เพราะเป็นสารธรรมชาติ อีกทั้งงานวิจัยยังบอกว่า เบต้าเซลล์ที่ตับอ่อนจะได้รับการซ่อมแซมโดยกรดจิมนีมิกในผักเชียงดาด้วย เป็นเหตุให้การผลิตฮอร์โมนอินซูลิน ผลิตได้มากขึ้น
👉 Mozersky et al., (1999) แนะนำให้รับประทานสารสกัดผักเชียงดาไม่เกินวันละ 400-600 มิลลิกรัม
👉 คุณล่ะ❓ รู้แล้วใช่❓ ว่าโรคเบาหวานมียาที่มาจากธรรมชาติ หวังผลได้จริง
💵เงินซื้อสุขภาพที่ดีไม่ได้ 📚แต่ความรู้ช่วยได้