GymnemicAcidStuckture

  ➡️ เป็นเบาหวาน อาจไม่ต้องกินยา💊

  🥬 ผักเชียงดา มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Gymnema เป็นคำที่มาจาก คำว่า Germa ในภาษาฮินดู แปลว่า "ผู้ฆ่าน้ำตาล" แต่โบราณนานเป็นพันปี รู้จักผักชนิดนี้ในฐานะที่มันช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ มีสรรพคุณรักษาโรคเบาหวาน

  🔰 กรดจิมนีมิก หรือ Gymnemic Acid ที่เป็นสารสำคัญในผักเชียงดา ออกฤทธิ์โดยตรง ต่อการลดน้ำตาลในเลือด และลดได้อย่างเห็นผล แบบไม่มีอันตรายข้างเคียงใดๆ

  🔰 หน้าตาของกรดจิมนีมิก ที่ลดน้ำตาลในเลือดได้เก่งในผักเชียงดา เป็นดังภาพข้างล่าง โดยโครงสร้างทางเคมีนั้น ประกอบด้วย ไตรเตอร์พีนอยด์ (tri-terpenoid) กรดกลูคูโรนิค (glucuronic acid) และกรดไขมัน รวมอยู่ในโมเลกุลเดียวกัน จึงหลอกร่างกายได้ว่า กรดจิมนีมิก นี้เป็นน้ำตาล เวลารับประทานเข้าไปในปาก กรดจิมนีมิก จะไปจับกับปุ่มรับรสหวานในปาก ทำให้เกิดการรบกวนการทำงานของปุ่มรับรสหวานที่ถูกกระตุ้นโดยโมเลกุลของน้ำตาลที่อยู่ในอาหาร ทำให้ไม่สามารถรับรู้รสหวานของอาหารได้ จึงบริโภคอาหารได้ลดลง เพราะไม่อร่อยแบบแต่ก่อนนั่นเอง อาการขัดขวางการรับรสหวานนี้ จะใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง หลังจากได้รับกรดจิมนีมิกเข้าไป นี่คือเหตุผลว่า ถ้าบริโภคผักเชียงดา หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผักเชียงดา ควรบริโภคก่อนอาหาร 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

  🔰 กรดจิมนีมิก เมื่อเดินทางไปถึงลำไส้เล็ก จะเข้าไปยับยั้งการดูดซึมน้ำตาลที่ผนังลำไส้เล็ก ที่จะเข้าสู่ตับ แล้วส่งต่อให้ฮอร์โมนอินซูลินจากตับอ่อน พาน้ำตาลไปส่งให้เซลล์ทั่วร่างกาย เป็นเหตุให้น้ำตาลถูกดูดซึมเข้าสู่ลำไส้เล็กลดลง เป็นการควบคุมปริมาณน้ำตาลที่เกินพอดี ไม่ให้เข้าสู่ระบบเลือด

  🥬 การทดลองผักเชียงดา ที่มีสารสำคัญกรดจิมนีมิก (Gymnemic Acid) ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ที่ตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ ให้ผู้ป่วยรับประทานผงผักเชียงดา 200 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เพิ่มเติมจากการได้รับฮอร์โมนอินซูลินตามปกติ พบว่า ค่าน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) ลดลงจาก 12.8% เป็น 9.5% ภายในระยะเวลา 6 เดือน อ้างอิงจาก Shanmugasundaram E., Gopinath K., Shanmugasundaram K. and Rajendran V. Possible regeneration of the Islets of Langerhans in Streptozotocin-diabetic rats given Gymnema sylvestre leaf extracts. Journal of Ethnopharmacology. 1990; 30: 265—279

  🔬 การทดลองกลไกการทำงานของสารสกัดผักเชียงดา พบว่ากระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินจากกลุ่มเซลล์ชนิดพิเศษ ที่ชื่อว่า ไอส์เล็ตส์ ออฟ แลงเกอร์ฮาน (Islets of Langerhans) และ เบต้าเซลล์ในตับอ่อน โดยสารสำคัญคือ กรดจิมนีมิก (Gymnemic Acid) จะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินกับกลุ่มเซลล์ข้างต้นแต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่ไปกระตุ้นส่วนอื่นๆ แต่อย่างใด อ้างอิงจาก Liu B., Asare-Anane H., Al-Romaiyan A., Huang G., Amiel S. A., Jones P. M. and Persaud S. J. Characterisation of the Insulinotropic Activityof an Aqueous Extractof Gymnema Sylvestrein Mouseβ-Cells and HumanIsletsof Langerhans. Cellular Physiology and Biochemistry. 2009; 23: 125—132.

  🔬 การวิจัยในกลุ่มคนผู้ที่ไม่ได้ป่วยโรคเบาหวาน เพื่อศึกษาการที่ผักเชียงดายับยั้งการดูดซึมกลูโคสในทางเดินอาหาร และสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยให้รับประทานชาจากผักเชียงดาหลังรับประทานกลูโคส 15 นาที พบว่า ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว และเมื่อเพิ่มการรับประทานชาผักเชียงดาเป็นสองเท่า พบว่ากลูโคสในเลือดลดลงมากกว่ากรณีแรกอีก จึงสรุปได้ว่า ผักเชียงดาลดน้ำตาลในเลือดได้ดี

  ➡️ นอกจากนี้ยังได้ทำการศึกษากลุ่มที่รับประทานชาผักเชียงดาทุกวัน ติดต่อกัน 28 วัน แล้วทำการวัดระดับกลูโคสในพลาสมา (Fasting plasma glucose) พบว่า ไม่มีการลดระดับลง แสดงว่า ชาผักเชียงดา ไม่มีความเป็นพิษต่อตับ อ้างอิงจาก Chiabchalard A., Tencomnao T. and Santiyanont R. Effect of Gymnema inodorum on postprandial peak plasma glucose levels in healthy human. African Journal of Biotechnology. 2010; 9: 1079—1085.

  ➡️ ปัจจุบันนักวิจัยทั่วโลก รู้แล้วว่า ผักเชียงดา ที่มีสารสำคัญกรดจิมนีมิก (Gymnemic Acid) มีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายน้ำตาล สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยคนป่วยโรคเบาหวานทั้งสองชนิด (ชนิดที่ 1 และ 2) ได้จริง บริษัทยา ในประเทศญี่ปุ่น ให้ความสนใจผักเชียงดาเป็นอย่างมาก และปัจจุบัน ญี่ปุ่นได้จดสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อลดน้ำตาลจากผักเชียงดาเรียบร้อยแล้ว อ้างอิงจาก Mikito A., Yuri H., and Yoshio I. Gymnema inodorum roasted tea and method for preparing the same. European Patent Application. 1998; EP 0861595A1.

  💵เงินซื้อสุขภาพที่ดีไม่ได้ 📚แต่ความรู้ช่วยได้

 
LifeRecoverslogoVerti
[[POS3]]