ผู้ฆ่าน้ำตาลคือใคร

   เป็นเรื่องที่น่าเจ็บใจ เจ็บปวดใจจริงๆ เมื่อรู้ว่าผักเชียงดาหรือที่ทั่วโลก โดยเฉพาะญี่ปุ่นและอเมริกาเรียกชื่อว่า จิมนีม่า (Gymnema) ถูกญี่ปุ่นเอาไปจดสิทธิบัตรทํายารักษาโรคเบาหวาน ทั้งๆ ที่สารสําคัญในผักเชียงดา (Gymnema) ตัวเดียวที่เก่งมากๆ ในการรักษาโรคเบาหวาน โรคน้ําตาลในเลือดสูง มีเพียงกรดจิมนี้มิค (Gymnemic Acid) ตัวเดียว ส่วนอเมริกาก็ทําผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากผักเชียงดา ตั้งชื่อว่า Gymnema โดยตั้งชื่อตามชื่อ วิทยาศาสตร์ของผักเชียงดา ขายอยู่ทั่วประเทศอเมริกา โดยคนอเมริกาที่มีน้ําตาลในเลือดสูง หรือคนที่เป็น โรคเบาหวานสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Gymnema กินได้เอง แบบที่เรื่องราวของผักเชียงดา หรือ Gymnema ที่รักษาเบาหวาน ลดน้ําตาลในเลือด สําหรับคนที่ยังไม่ได้เป็นเบาหวานด้วยกรดจิมนี้มิค (Gymnemic Acid) เป็นเหมือนกับการเดินเข้าไปในร้านขายยาแล้วขอซื้อยาแก้ปวดหัวมากิน

   ในอินเดียเกิดอุตสาหกรรมขายสารสกัดผักเชียงดา หรือ Gymnema Extract ที่ระบุสารสําคัญ Gymnemic Acid ขั้นต่ํา 25% อย่างเป็นล่ําเป็นสัน คุณสามารถค้นดูได้ในกูเกิล ถ้าหากคุณอยากจะได้สารสกัดผักเชียงดา หรือสาร สกัด Gymnema เอามารับประทานเองเพื่อเป็นทางเลือกในการลดน้ําตาลในเลือดให้กับตัวเอง แต่เนื่องจากผักเชียงดา หรือ Gymnema เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางกันไปทั่วโลก และดูเหมือนในเวลานี้เรื่องความเก่งของการลดน้ําตาลใน เลือด ยังไม่มีใครสู้ Gymnema ได้ ผักเชียงดาหรือ Gymnema ยังคงครองแชมป์ความเป็นที่ 1 อยู่ในเวลานี้ การหา 
ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจิมนีมามารับประทานแทนการซื้อสารสกัด มากินเอง จึงเป็นเรื่องที่ง่ายกว่ากันมาก

   แต่โธ่ ทําไมประเทศไทยไม่เกิดกระแสแห่งการบูมผัก เชียงดา (Gymnema) เหมือนกับประเทศที่เจริญแล้ว (อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น) ทําให้นึกไปถึงประโยคที่คุ้นหูกันมานานที่ว่า “ใกล้เกลือกินด่าง” เราไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับผักเชียงดาหรือ Gymnema ที่วิเศษนี้

   ผักเชียงดาเป็นพืชที่พบได้ทางภาคเหนือของไทย ชาวบ้านนําผักเชียงดามาประกอบอาหาร ยอดนํามาจิ้มกินกับ น้ําพริก ใบและยอดอ่อนนํามาผัดกับไข่ เรียกเมนูเด็ดว่า เชียงดา ผัดไข่ ถ้าคุณได้มีโอกาสเดินทางไปทางภาคเหนือลองค้นหาเมนู ผักเชียงดา แล้วลองสั่งมากินดู จะได้รู้จักว่า อ๋อผักเชียงดา หน้าตามันเป็นอย่างนี้นี่เอง จรัล มโนเพ็ชร ศิลปินเพลงของ เชียงใหม่ ก็ยังนําเรื่องราวของผักเชียงดามาแต่งเป็นเพลง ชื่อ “ของกินคนเมือง” ลองหามาฟังดู

   ผักเชียงดา หรือ Gymnema มาจากคําว่า Gurma ในภาษาฮินดู มีความหมายหรือคําแปลที่ทั่วโลกรู้จักกันดี มันแปลว่า ผู้จัดการน้ําตาล (Gymnema : Traditionally Called Sugar Destroyer) มันจัดการน้ําตาลได้โดยสารออกฤทธิ์ คือ Gymnemic Acid ซึ่งเป็นกรดอินทรีย์ที่สกัดได้จากใบและรากของผักเชียงดา มีโครงสร้างทางเคมีประกอบด้วย tri terpenoid, glucuronic acid และกรดไขมันรวมอยู่ในโมเลกุลเดียวกัน

   โครงสร้างทางเคมีของ Gymnemic Acid มีการเรียงตัวของอะตอมในโมเลกุลคล้ายกับโมเลกุลของน้ําตาล เมื่อ ร่างกายได้รับ Gymnemic Acid ร่างกายจึงถูกหลอกว่ามันคือน้ําตาล ทําให้สามารถยับยั้งการดูดซึมน้ําตาลในลําไส้เล็ก ได้ เพราะร่างกายไปดูดซึม Gymnemic Acid แทน 

  • จากการศึกษาของ Shanmugasundaram et al. 1983 ที่ศึกษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิด type 1 โดย 
    ให้ Gymnema ชนิดผง วันละ 2 ครั้ง ในปริมาณครั้งละ 200 mg. โดยเป็นการให้เสริมจากการที่คน ป่วยได้รับอินซูลินปกติอยู่แล้ว ผลปรากฏว่า ปริมาณของ glycosylated hemoglobin (HbA1c) ลดลง จาก 12.8% เป็น 9.5% ซึ่งเป็นการลดลงอย่างมากภายในระยะเวลา 6 เดือน
  • Sugihara et al. 2000 ศึกษาว่า เมื่อร่างกายได้รับ Gymnemic Acid ซึ่งในนั้นมีสารประกอบที่มี โมเลกุลคล้ายคลึงกับโมเลกุลของน้ําตาลกลูโคส ลําไส้เล็กจะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีกว่าน้ําตาล ส่งผลให้ร่างกายลดการดูดซึมน้ําตาลลง และสารดังกล่าวนี้ยังช่วยเพิ่มปริมาณอินซูลินให้สูงขึ้น (ฮอร์โมนทําหน้าที่ควบคุมระดับน้ําตาลในเลือด) ทําให้ระดับน้ําตาลในเลือดลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ

   คุณล่ะพบหรือรู้จักใครที่กําลังมีน้ําตาลในเลือดสูงที่สุ่มเสี่ยงจะเป็นโรคเบาหวาน หรือเป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว หรือไม่ ลองเล่าเรื่องผักเชียงดา หรือ Gymnema ให้เขาฟังซิ เพราะถ้าขืนปล่อยให้เขามีน้ําตาลในเลือดสูง ร่างกายเขา จะฟัง บอกเขาว่า Gymnema จัดการน้ําตาลได้เก่งที่สุดในเวลานี้ 

 
LifeRecoverslogoVerti
[[POS3]]