วิธีสู้กับโรคทางจิตเวช
น้ำหยดลงบนหินทุกวัน หินมันยังกร่อน ความคิดที่รุมสกรัมตัวกูทุกวัน นานวันเข้าทำให้กูหยุดคิดไม่ได้ ความคิดซ้ำ คิดแบบเดิม คิดวนกลายเป็นลมหายใจ ไม่มีความสุข แต่ชินกับการคิด ไม่คิดไม่ได้
การคิดซ้ำ คิดไม่หยุด คิดต่อทุกเรื่องที่เข้าสู่ชีวิต จริงๆแล้วเป็นนิสัย จากนิสัยกลายเป็นสันดาน ที่แปลว่า “การสืบต่อ” นั่นหมายถึงว่า จะหยุดคิดได้ต้องถอยกลับไปที่การแก้นิสัย และถอยจากนิสัยไปที่การมีสติ ระลึกรู้ทันความคิด แล้วจะหยุดคิดทันที สันดานเป็นเหมือนรากต้นไม้จะถูกดึงขยับไปเรื่อยๆ และไม่นานจะถูกถอนออกมาทั้งราก
การมีสติระลึกรู้ ว่าตัวเองกำลังคิดเรื่องอะไร กำลังรู้สึกเรื่องอะไร ให้เอาสติไปจับเรื่องที่กำลังคิด กำลังรู้สึกอยู่ พอจับได้ปั๊บ ความคิดจะหายไปทันที เกิดความโล่งสบายขึ้นมาแว่บหนึ่ง สามารถเอาช่วงเวลาโล่งสบายให้กำลังใจตัวเองว่า ฉันจะหายจากอาการบ้าให้ได้ ฉันบ้าแล้วก็จริง แต่ฉันมีคนที่รักสุดชีวิตให้ต้องดูแล ฉันจะบ้าไม่ได้ นี่คือปฐมบทของการเปิดใจรักษาตัวเองโดยใช้สติ
ยาที่หมอจ่ายเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเมื่อว่าวขาดไปกลางอากาศแล้ว โอกาสตามหาเอาคืนกลับมาเป็นเรื่องที่ยาก แต่ยังทำได้อยู่ การค้นคว้าแยกแยะอาการโรคจิต ว่าตกลงเราเป็นโรคอะไรกันแน่ ยังเป็นสิ่งที่พอเป็นไปได้อยู่ เพราะการค้นคว้าทำให้เพลิน ไม่หมกมุ่น ช่วยลดความรุนแรงของโรคได้
การค้นคว้าจะทำให้รู้จักตัวเอง ว่าวที่ขาดลอยไป วนกลับมาหาเราได้ เราจะรู้ว่า อ๋อเราป่วยเป็นโรควิตกกังวล ลามไปสู่การเป็นแพนิค และจากแพนิค ได้ลามไปสู่การเป็นซึมเศร้า และตอนนี้ได้ลามไปสู่การเป็นคนสองบุคลิกภาพแล้ว หรือที่เรียกว่า เป็นไบโพลาร์
การค้นคว้าได้พาความผ่อนคลายเข้ามาสู่ชีวิต แล้วเกิดความรู้ขึ้นมาว่า ต้องรักษาตัวเช่นไร จึงจะดีขึ้น การใช้สติระลึกรู้ความคิด ความรู้สึก จะขีดเส้นพักการจู่โจมของโรคได้ บางคนได้ใช้ช่วงเวลาที่จวนเจียนจะตายจากโรค เอาความน่ากลัวของความตายมาสู้รบกับโรค สุดท้ายได้ชัยชนะกลับมา สาเหตุที่เขาชนะเพราะเยื่อยางแห่งความรักที่เขามีให้กับบางคนหรือหลายคนได้แสดงพลังอำนาจออกมาสู้กับโรค ที่เป็นเสมือนปีศาจ
การกินยาแล้วไม่ดีขึ้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เป็นไบโพลาร์ แต่ได้ยาซึมเศร้า เพราะหมอจ่ายผิด เพราะช่วงที่ไปหาหมอ อาการซึมเศร้าเด่นชัดมาก โรคก็ไม่หาย กลับจะหนักขึ้น การรักษาไม่ใช่ด้วยยาอย่างเดียว อาจต้องใช้ทางอื่นร่วมด้วย คลีนิคอาจไม่ตอบโจทย์ ต้องโรงพยาบาลทางจิตเวชเท่านั้น จึงจะใช่
คนป่วยที่โชคดีคือ (1) คนที่ยอมรับว่าตัวเองป่วย (2) สมัครใจเข้ารับการรักษา (3) กินยาตามหมอสั่ง (4) ค้นหาว่าโรคทางจิตที่หมอว่า เราเป็น หมอบอกถูก?
การค้นคว้าจะช่วยให้อาการของโรคดีขึ้น เพราะเป็นงานอย่างหนึ่ง ทำให้หนีออกจากโรคที่สร้างโลกครอบเราเอาไว้ และ (5) ใส่ใจต่อการใช้สติรักษาโรคร่วมด้วย ระลึกรู้ทันความคิด เพื่อหยุดความคิด โรคจะไม่กำเริบ ระลึกรู้ทันความคิดไปเรื่อยๆ เหมือนเด็กวิ่งกระทืบเงาตัวเอง
ระหว่างทำตาม (1)-(5) บอกกับตัวเองว่า โรคคือฝีมือของปีศาจ นึกในใจไปว่า “เอ็งอยากจะเล่นกับข้าใช่มั้ย? เอ็งเล่นผิดคนแล้ว” จะได้กำลังใจในการฮึดสู้กับปีศาจ โรคจะถูกเอาชนะได้