เจาะลึก อนุมูลอิสระก่อมะเร็งได้อย่างไร?
🌿 อนุมูลอิสระ คือโมเลกุลหรือสารที่มีความเสถียรต่ำ เพราะตัวของมันมีอิเล็กตรอนไม่ครบคู่ (ขาดไป 1 ตัว) จึงทำให้มันมีความว่องไวสูง เข้าชนทำปฏิกิริยากับชีวโมเลกุลภายในเซลล์ ถ้าชน DNA ก็ทำให้ DNA เปลี่ยนรูปไปได้ ก่อให้เกิดเซลล์ที่ผิดปกติ กลายเป็นเซลล์เนื้องอก และเซลล์มะเร็ง
🌿 อนุมูลอิสระเกิดภายในร่างกาย จะเกิดภายในไมโตคอนเดรียที่อยู่ในเซลล์ ถือเป็นการเกิดขึ้นของอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ เพราะกระบวนการหายใจแบบใช้ออกซิเจนภายในเซลล์เกิดขึ้นที่ไมโตคอนเดรีย ทำให้เกิดพลังงาน ATP เพื่อให้เซลล์ทั่วร่างกายนำไปใช้ และในขณะเดียวกันก็เกิดอนุมูลอิสระขึ้นเป็นผลพวง ซึ่งในระบบของร่างกายมีวิธีการจัดการกับอนุมูลอิสระอยู่แล้ว แต่ถ้าหากอนุมูลอิสระเกิดขึ้นมากเกินไป และระบบของร่างกายจัดการลดอนุมูลอิสระไม่ได้ทันการ ร่างกายจะถูกทำลาย เกิดโรคร้าย และโรคเรื้อรัง ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่นโรคเบาหวาน โรคทางสมอง และโรคที่เกิดขึ้นเพราะความเสื่อม และความผิดปกติของเซลล์
🌿 อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายนอกร่างกาย และเข้าสู่ร่างกาย ได้แก่ ควันบุหรี่ แสงแดด ความร้อน ยา รังสีแกมมา ยาฆ่าแมลง อาหารปิ้งย่าง ฯลฯ ที่ร่างกายไม่ต้องการ เพราะมันเป็นพิษ เป็นโทษ
🌿 อนุมูลอิสระที่มีบทบาทสำคัญมี 2 ประเภท ได้แก่ อนุมูลอิสระออกซิเจน เรียกว่า reactive Oxygen species หรือ ROS และอนุมูลอิสระไนโตรเจนเรียกว่า Reactive nitrogen species RNS
ในปีคศ 1984 Zimmerman และ Cerutti ได้ทำการวิจัยโดยให้อนุมูลอิสระออกซิเจนใน Fibroblast ของหนู พบว่า หนูเกิดเป็นมะเร็งขึ้น โลกจะรู้ตั้งแต่วันนั้นว่า อนุมูลอิสระก่อโรคมะเร็งขึ้นได้
การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ มีปัจจัยที่เกี่ยวกับอนุมูลอิสระในแง่ที่ว่า ปริมาณการได้รับอนุมูลอิสระ ระยะเวลาการได้รับอนุมูลอิสระ และระยะเวลาที่ได้รับสารต้านอนุมูลอิสระภายในเซลล์
🌿 อนุมูลอิสระจึงน่ากลัว ทุกคนสามารถป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระเข้าตัวได้เช่น เลิกสูบบุหรี่ เลิกกินอาหารที่มีน้ำตาลสูง เลิกอยู่ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนจัด เลิกกินอาหารปิ้งย่าง ลดปริมาณการบริโภคลงด้วยการกินเมื่อหิว หยุดกินเมื่อหายหิว ไม่ต้องกินจนอิ่ม ฯลฯ

🔰 กลไกการทำงานและการโจมตีของอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง
✔1. จู่โจมทำลายโครงสร้าง DNA ของเซลล์โดยตรง โดยอนุมูลอิสระทำให้เกิดการกลายพันธุ์ (mutation) ของสารที่อยู่ในองค์ประกอบของนิวคลีโอไทด์ อันเป็นผลผลิตของปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (อนุมูลอิสระจู่โจม) ทำให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของยีนก่อมะเร็ง และยับยั้งยีนควบคุมการเกิดมะเร็ง
⚡ ผู้ป่วยมะเร็งอายุประมาณ 85 ปีมีสถิติการเกิดโรคมะเร็ง ด้วยสาเหตุมาจากการได้รับอนุมูลอิสระมาเป็นเวลานานจน DNA ได้รับความเสียหายแล้วเกิดการกลายพันธุ์เกิดโรคมะเร็งขึ้น
✔2. โปรตีน p53 เป็นโปรตีนยับยั้งการเกิดมะเร็ง อนุมูลอิสระไปทำลายโปรตีนนี้ ทำให้การทำงานของโปรตีน p53 ทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดโอกาสเป็นโรคมะเร็ง
✔3. อนุมูลอิสระไปทำให้เกิดผลกระทบต่อกระบวนการอะพอพโทซิส ซึ่งกระบวนการนี้ เป็นแบบแผนการตายของเซลล์ ที่ควบคุมโดยยีน เป็นเหตุให้เซลล์มะเร็งเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทั้งๆ ที่เซลล์ควรจะตายลง
✔4. อนุมูลอิสระไปเสริมการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง และไปกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่ของมะเร็ง ทำให้มะเร็งขยายตัวใหญ่ขึ้นและลุกลาม
🌿 อนุมูลอิสระที่มีมากเกินไปในร่างกาย จึงเป็นเรื่องที่อันตรายมาก ถ้าหากเราอยากมีสุขภาพที่ดี ห่างไกลจากโรคมะเร็ง เราควรใส่ใจหาสารต้านอนุมูลอิสระมารับประทาน และสารต้านอนุมูลอิสระก็หาไม่ได้ยากอะไร อยู่ในรูปของอาหารที่เราสามารถเลือกกินได้
🔰 บทบาทของสารต้านอนุมูลอิสระมีดังนี้
✅ 1. ทำลายอนุมูลอิสระ
✅ 2. กระตุ้นการส่งสัญญาณในเซลล์เพื่อป้องกันโรคมะเร็ง อย่างที่เราเคยได้ยินว่า กินผักผลไม้ แล้วจะห่างไกลจากโรคมะเร็ง
✅ 3. ควบคุมวัฏจักรของเซลล์ให้เป็นปกติ
✅ 4. ยับยั้งเซลล์มะเร็งที่เพิ่มจำนวน และกระตุ้นการตายของเซลล์มะเร็ง ทำให้มะเร็งลดความรุนแรงและ/ หรือหายไป ดังที่เห็นตัวอย่างในหนังสือทางการแพทย์ว่า มีกรณีศึกษาที่มะเร็งหายได้ด้วยวิธีโภชนบำบัด คือจัดการมะเร็งด้วยการกินอาหารที่มีคุณสมบัติต้านเซลล์มะเร็ง
✅ 5. ยับยั้งการลุกลามของเซลล์มะเร็ง และยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่ของเซลล์มะเร็ง อย่างผักพลูคาว ที่มีสารฟลาโวนอยด์ สารนี้จะไปยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่ของเซลล์มะเร็ง
✅ 6. ยับยั้งกระบวนการอักเสบเรื้อรัง ที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็ง
✅ 7. กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ ที่ทำหน้าที่กำจัดอนุมูลอิสระ ก่อให้เกิดการป้องกันไม่ให้โรคมะเร็งเกิดขึ้น
➡️ เรื่องราวของอนุมูลอิสระ และสารต้านอนุมูลอิสระเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าอยากมีสุขภาพที่ดีห่างไกลจากโรคมะเร็งต้องมีความรู้เรื่องนี้ให้มากๆ