เจ้าของแอร์แคเรียร์ หายจากโรควิตกกังวลได้อย่างไร?
เจ้าของแอร์แคเรียร์ หายจากโรควิตกกังวลได้อย่างไร❓
🚩 คงยากที่จะอธิบายให้คนปกติฟังแล้วเข้าใจได้ว่า "อาการหยุดคิดไม่ได้ คิดซ้ำกับเรื่องเดิมๆ มันทรมานมากอย่างไร" มีตัวอย่างเยอะเลย ที่สื่อถึงความทรมาน ถึงขนาดว่า ไปอยู่โลกอื่นดีกว่า หนีไปให้ไกล โรคเครียด โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า โรคแพนิค ล้วนมาจากสาเหตุของอาการที่คิดไม่หยุด คิดจนสารเคมีในระบบประสาทเสียสมดุล จนทำให้เกิดโรคทางจิตประสาทขึ้น
➡️ ปัจจุบัน จิตแพทย์รู้แล้วว่า อาการย้ำคิด ย้ำทำ คิดไม่หยุด ทุกข์ทรมานใจแสนสาหัส จมอยู่กับความเศร้า ความที่คิดวน หาทางออกไม่ได้ ไม่อยากพบใคร ไม่อยากคุยกับใคร เป็นอาการของโรค ที่มาจากสมดุลสารเคมีในสมองมีความผิดปกติไป
➡️ สาเหตุของความผิดปกติของสารเคมีในสมอง ทำให้สมดุลสูญเสียไป จนเป็นโรคทางจิตขึ้น ทางการแพทย์รู้สาเหตุชัดแล้ว ว่า มาจากกรรมพันธุ์ คนที่อยู่ในครอบครัวที่มีอาการป่วยจิต จะมีโอกาสเป็นโรคทางจิตมากกว่าคนปกติ
➡️ การรักษาผู้ป่วยจิต จะได้ผลดี ก็ต่อเมื่อ อาการป่วยยังเกิดขึ้นไม่มาก และคนป่วยต้องยอมรับว่า อาการที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ที่ไม่สบายใจแบบผิดปกติ และพาลให้ไม่สบายกายอย่างหนักนี้ เป็นอาการของโรคทางจิต เพื่ออย่างน้อย คนป่วยเองจะได้สมัครใจ เปิดใจกว้าง เพื่อเข้ารับการรักษา โดยการใช้ยาที่สั่งโดยจิตแพทย์ และจิตแพทย์เอง ก็จะทำการประเมินอาการทางจิต ว่าอยู่ในขั้นที่รุนแรงมากน้อยเพียงใด เพื่อใช้ในการทำจิตบำบัดรักษาโรคร่วมไปกับการให้ยา
💊 การให้ยาที่ต้องสั่งโดยจิตแพทย์เท่านั้น จะเป็นการให้ยา 2 ชนิด ได้แก่
✅ (1) ยารักษา เป็นยาที่เข้าไปจัดการสมดุลสารเคมีในระบบประสาท เพื่อให้กลับมาเป็นปกติ ต้องกินยาชนิดนี้ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน จึงจะเห็นผลว่า อาการดีขึ้น
✅ (2) ยาเฉพาะกิจ เป็นยาที่ใช้บรรเทาอาการทุกข์ทรมานจากการที่หยุดคิดไม่ได้ เกิดอาการกระวนกระวายใจ นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย รู้สึกทรมานใจ หาความสงบไม่ได้ ยาชนิดนี้รู้จักกันดีในนามยาคลายเครียด หรือยาคลายกังวล ยาชนิดนี้ออกฤทธิ์เร็ว แต่เมื่อยาหมดฤทธิ์ อาการก็จะกลับมาเป็นใหม่ จึงต้องระมัดระวังการกินยาชนิดนี้ เพราะจะติดได้ง่าย คนป่วยจะติดยา เพราะกินแล้วมันสบาย มันหลับได้ มันหยุดคิดได้
🤔 แม้ว่าการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบันเป็นเรื่องที่จำเป็น แต่ยาอย่างเดียวไม่สามารถทำให้โรคทางจิตหายขาดได้ อย่างจอห์น แนช นักคณิตศาสตร์ รางวัลโนเบล เจ้าของทฤษฎีเกม ป่วยเป็นโรคจิตหลอน เห็นคนที่ไม่ได้มีชีวิตอยู่จริง จวบจนวันสุดท้ายของชีวิต เขาเลือกที่จะอยู่และเข้าใจอาการทางจิตที่ป่วยของเขา และเป็นมิตรกับมัน แบบต่างคนต่างอยู่ คนที่ไม่มีอยู่จริง ทำร้ายชีวิตของเขาไม่ได้อีกต่อไป นี่คือสาระที่สำคัญที่นอกเหนือจากยาแล้ว การรักษาที่การปรับจิตปรับใจโดยตัวผู้ป่วยเอง ก็เป็นเรื่องจำเป็น เพื่อการหายจากโรค และกลับมามีชีวิตที่เป็นปกติได้
➡️ อย่างแคเรียร์ ก็เป็นอีกตัวอย่าง คุณน่าจะรู้จักแอร์ยี่ห้อแคเรียร์นะ แคเรียร์เป็นโรควิตกกังวลต่อเหตุการณ์ในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ซึ่งเชื่อว่า หลายคนก็เป็นโรควิตกกังวลต่ออนาคต แต่สำหรับแคเรียร์ ความกังวลได้ทำให้เขาไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข จนวันหนึ่ง เขาตัดสินใจประกาศการรบกับความวิตกกังวล กฎ 3 ข้อของแคเรียร์จึงถือกำเนิดขึ้น และต่อมาคนอเมริกันได้ใช้กฎ 3 ข้อนี้ต่อสู้เอาชนะกับโรควิตกกังวล
🚩 กฎ 3 ข้อของแคเรียร์ ได้แก่
✔️ (1) จงยอมรับเรื่องเลวร้ายที่สุด ที่จะเกิดขึ้น จากเหตุการณ์ที่แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว หลังการยอมรับ จะเกิดความสบายใจขึ้นมา อาการวิตกกังวล และคิดซ้ำลดลง เปิดพื้นที่ว่างทางจิตใจขึ้นมา ทำให้เข้าสู่กฎข้อที่สองได้
✔️ (2) หาทางบรรเทาเรื่องเลวร้ายในข้อ (1) ให้ลดน้อยลง เพราะเมื่อยอมรับเรื่องเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นแล้ว หากสามารถทำให้เรื่องเลวร้ายลดลง หรือไม่เกิดขึ้นเลย ก็จะเป็นการดี เพราะยังไง เรื่องเลวร้ายก็ต้องเกิด แต่จะขอลดขนาดของความเสียหายลงให้ได้
✔️ (3) ลงมือทำข้อ (2) ทันที การโฟกัสไปที่การหาทางลดความเร็วร้ายลง ทำให้เกิดสมาธิ เกิดสติ หายวิตกกังวลไปได้ เพราะตัวตนที่สร้างความกลัวหายไป คงเหลือเพียงสติปัญญากับงานที่กำลังง่วนทำ เพื่อแก้ไขบรรเทาความเลวร้ายที่จะเกิดขึ้น สุดท้ายความเลวร้ายจะลดลงไปมาก หรืออาจไม่เกิดขึ้นเลย
🚩 แคเรียร์ จึงสรุปว่า คนที่เป็นโรควิตกกังวล มักจะคิดร้ายเกินความจริงที่จะเกิด ดังนั้น หากใช้กฎ 3 ข้อของเขา ความวิตกกังวลจะถูกเอาชนะได้ และความทุกข์จะทุเลา อีกทั้งถ้าใช้กฎ 3 ข้อนี้ไปนานๆ อาการวิตกกังวลอาจหายไปเองได้เลย
➡️ เมื่ออ่านจบโพสต์นี้ ลองหันมองขึ้นไปที่ฝ้าเพดาน ดูว่าแอร์ที่กำลังทำงานอยู่ ยี่ห้อแคเรียร์❓ เขาคนนี้สร้างแอร์โดยใช้ชื่อของตัวเองเป็นเครื่องหมายการค้า และเขายังมอบกฎ 3 ข้อ เพื่อช่วยเหลือคนที่เป็นโรควิตกกังวลอย่างเห็นผล
💵เงินซื้อสุขภาพที่ดีไม่ได้ 📚แต่ความรู้ช่วยได้